สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 14 ก.ค.ว่านายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ ร่วมการประชุมทางไกลกับรัฐมนตรีต่างประเทศ 10 ประเทศสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ( อาเซียน ) เมื่อวันพุธ ตามเวลาท้องถิ่นของอาเซียน เรียกร้องทุกประเทศในภูมิภาค "ร่วมกันดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม" ตามที่ระบุอยู่ในฉันทามติ 5 ข้อ ซึ่งประกาศเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา เพื่อคลี่คลายวิกฤติการณ์ในเมียนมา
ทั้งนี้ เงื่อนไข 5 ประการ ที่อาเซียนเรียกร้องต่อรัฐบาลทหารเมียนมาของ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย และ "คู่กรณีทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง" ได้แก่ การยุติความรุนแรง การเจรจาาอย่างสันติเพื่อร่วมกันหาทางออกอย่างสร้างสรรค์ การแต่งตั้งทูตพิเศษในนามอาเซียนเพื่อทำหน้าที่คนกลางในการหารือระหว่างคู่กรณี การรับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการที่เมียนมาอนุญาตให้ทูตพิเศษอาเซียนเข้าประเทศ
.@SecBlinken spoke with @ASEAN foreign ministers and ASEAN's Secretary General to stress our commitment to ASEAN centrality and our strategic partnership. He also urged strong action on Burma. Together, we will work for peace and prosperity in the region. https://t.co/4OQi5KNOgA
— Ned Price (@StateDeptSpox) July 14, 2021
Pleased to meet with Burmese civil society representatives. The U.S. stands in solidarity with the people of Burma as they demand restoration of their democratically elected government. We call on the military to end its violent suppression of the people of Burma.
— Secretary Antony Blinken (@SecBlinken) July 8, 2021
ขณะเดียวกัน บลิงเคนเรียกร้องกองทัพเมียนมา ให้ปล่อยตัว "ผู้ที่ถูกคุมขังอย่างไม่เป็นธรรม" นับตั้งแต่เกิดการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา และเรียกร้องการเปลี่ยนผ่านอำนาจ "อย่างแท้จริง" ตามกระบวนการประชาธิปไตย
.@StateDeptSpox discusses the fifth anniversary of the landmark decision in the arbitration between the Philippines and China on the South China Sea: “We call on the PRC to abide by its obligations under international law.” pic.twitter.com/vWzDiiQLwA
— Department of State (@StateDept) July 12, 2021
นอกจากนี้ นักการทูตหมายเลขหนึ่งของสหรัฐยังกล่าวถึงสถานการณ์ในทะเลจีนใต้ ว่ารัฐบาลวอชิงตัน "ยืนหยัดเคียงข้าง" สมาชิกอาเซียนทุกประเทศ ในการเผชิญหน้ากับ "การใช้อำนาจบาตรใหญ่ของบางประเทศ" และเน้นย้ำว่า สหรัฐไม่มีทางยอมรับ "การอ้างกรรมสิทธิ์อย่างไม่เป็นธรรม" ของรัฐบาลปักกิ่งในเรื่องทะเลจีนใต้.
เครดิตภาพ : AP



