นายกษพล บวรศรีการ รองกรรมการผู้จัดการสายงานธุรกิจ ปฏิบัติหน้าที่กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (อทส.) หรือ SRTA เปิดเผยว่า ปัจจุบัน อทส. อยู่ระหว่างจัดทำแผนวิสาหกิจประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569–2570 เพื่อกำหนดทิศทางกลยุทธ์ที่ชัดเจน และเหมาะสม สามารถรองรับ และปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงของบริบททางเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีได้อย่างรวดเร็ว จนนำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ทั้งนี้การจัดทำแผนวิสาหกิจของ อทส. ยังมุ่งเน้นให้มีความเชื่อมโยงกับแผนปฏิบัติการ และแผนวิสาหกิจของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ในฐานะที่ อทส. เป็นบริษัทลูก โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับตัวชี้วัดผลการดำเนินงานของ อทส. ภายใต้กรอบแผนของ รฟท. คาดว่าแผนดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายในต้นปี 2569

นายกษพล กล่าวต่อว่า สำหรับการดำเนินโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยรอบสถานีรถไฟที่มีศักยภาพ ภายหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2568 (งบกลาง) วงเงิน 151 ล้านบาท และรับทราบแนวทางการดำเนินงานโครงการฯ โดย อทส. ได้ว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อออกแบบรายละเอียดงานสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม และจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โครงการนำร่องระยะที่ 1 จำนวน 4 พื้นที่ รวมถึงศึกษาความเป็นไปได้ (Feasibility Study), งานออกแบบทางแนวคิด (Conceptual Design) และรายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) จำนวน 21 พื้นที่ ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการตามแผน

สำหรับแผนปฏิบัติด้านการพัฒนาพื้นที่บริเวณบางซื่อ ในระยะ 14 ปี (พ.ศ. 2569-2582) ปัจจุบัน อทส. ได้จัดทำแผนปฏิบัติการฯ เสร็จสิ้นแล้ว ภาพรวมโครงการฯ ตั้งเป้าหมายหลักในการพัฒนาพื้นที่ให้เป็น “เมืองน่าอยู่อัจฉริยะ (Livable Smart City)” ต้นแบบ และเป็นศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ (New CBD) ซึ่งแผนฉบับนี้อยู่ระหว่างนำเสนอกระทรวงคมนาคม เพื่อพิจารณาต่อไป หากได้รับการอนุมัติ เชื่อว่าจะสร้างประโยชน์ในทุกมิติ และสร้างรายได้มหาศาลต่อ รฟท. ในอนาคต

นายกษพล กล่าวอีกว่า ภายใต้แผนปฏิบัติการฯ ระยะที่ 1 อทส. ได้เดินหน้าดำเนินโครงการสำคัญในพื้นที่บริเวณบางซื่ออย่างต่อเนื่อง อาทิ การขอเช่าพื้นที่แปลง E1 เพื่อก่อสร้างที่ทำการกระทรวงคมนาคมแห่งใหม่ การขอเช่าพื้นที่แปลง G9 เพื่อเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนในพื้นที่ ตลอดจนการประสานความร่วมมือกับภาคเอกชนในการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคส่วนกลาง (District Utility System) ซึ่ง อทส. มีแผนดำเนินการเพื่อรองรับการพัฒนาตามแผนปฏิบัติการฯ ดังกล่าว

นอกจากนี้ อทส. ยังเดินหน้าพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (สถานีกลางบางซื่อ) โดยร่วมมือกับองค์กรพัฒนาและฟื้นฟูเมืองแห่งประเทศญี่ปุ่น (UR) เพื่อพัฒนาให้สถานีกลางบางซื่อเป็นศูนย์กลางการเดินทางระบบรางที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และอาเซียน และพัฒนาพื้นที่บริเวณบางซื่อให้เป็น “เมืองอัจฉริยะบางซื่อ” ตามแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาพื้นที่บริเวณบางซื่อ และคาดว่าจะเริ่มลงนามสัญญา เพื่อดำเนินงานร่วมกันได้ในช่วงต้นปี 2569

อย่างไรก็ตาม อทส. เป็นบริษัทลูกของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มีพันธกิจในการเพิ่มประสิทธิภาพการหารายได้เชิงพาณิชย์จากที่ดินที่ไม่ได้ใช้ในการประกอบกิจการรถไฟ (Non-Core Asset) ทั้งด้านการบริหารสัญญาเช่า การจัดหาผู้ลงทุน และการเช่าพื้นที่ เพื่อพัฒนาโครงการบนที่ดินของ รฟท. รวมทั้งพัฒนาด้วยตนเอง การซื้อหรือเช่าที่ดินจากบุคคลภายนอก เพื่อพัฒนาหรือร่วมทุน เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาวให้แก่ รฟท. อย่างยั่งยืน.