ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักงานหอการค้าจังหวัดสมุทรสงคราม ตรงข้ามที่ทำการไปรษณีย์จังหวัดฯ นายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม พร้อมด้วยนายกรกฎ วงษ์สุวรรณ และนายรนัสถ์ชัย พุ่มเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานประชุมร่วมกับภาครัฐ และเอกชน เพื่อหารือแนวทางขับเคลื่อนการพัฒนาเมือง โดยมีนายภูมินทร์ หะรินสุต รองประธานกรรมการหอการค้าไทย นายมงคล สุขเจริญคณา ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรสงคราม รวมถึงคณะที่ปรึกษา นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกลุ่ม YEC เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
นายมงคล สุขเจริญคณา ได้นำเสนอแนวคิด “โครงการเมืองใหม่สมุทรสงคราม” บนพื้นที่กว่า 1,200 ไร่ ตำบลลาดใหญ่ อำเภอเมืองสมุทรสงคราม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจจังหวัดให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยมีหัวใจสำคัญคือการจัดตั้ง “โรงพยาบาลหลวงพ่อบ้านแหลม องค์การมหาชน” ซึ่งจะเป็นศูนย์สุขภาพแบบองค์รวม ครอบคลุมทั้งการรักษา ส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค รองรับสังคมผู้สูงอายุที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิด “สว่างคนิเวศสมุทรสงคราม” หรือ “เกษียณโสดอย่างเฉิดฉาย” ที่มุ่งพัฒนาเมืองให้เป็นศูนย์กลางคุณภาพชีวิตสำหรับผู้สูงอายุอย่างครบวงจร โดยจะมีศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู ศูนย์ดูแลระยะยาว เพื่อเตรียมความพร้อมสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพ
นอกจากด้านสาธารณสุขแล้ว โครงการเมืองใหม่ยังมุ่งพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจและสันทนาการ เช่น พื้นที่จัดงานเทศกาล ลานกีฬาอเนกประสงค์ สวนสุขภาพ และการก่อสร้าง “สถานีรถไฟลาดใหญ่” เพื่อเป็นจุดเช็กอินใหม่ของนักท่องเที่ยว รวมถึงแนวคิดสร้างแลนด์มาร์กใหม่ เช่น อควาเรียม หอคอยสัญลักษณ์จังหวัด และป่าชายเลนจำลอง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
ด้านนายกรกฎ วงษ์สุวรรณ รองผู้ว่าฯ กล่าวว่าได้มีการแต่งตั้งคณะศึกษาความเป็นไปได้ โดยโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดเป็นฝ่ายเลขานุการ พบว่าพื้นที่กว่า 900 ไร่เป็นป่าชายเลนที่อยู่ภายใต้มติคณะรัฐมนตรีปี 2530 ซึ่งสามารถดำเนินการได้บางส่วนและต้องขอยกเว้นตามระเบียบ ส่วนอีก 100 ไร่เป็นพื้นที่ป่าไม้ และ 200 ไร่เป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ที่สามารถใช้ได้ทันที โดยผู้ว่าราชการจังหวัดได้ให้บูรณาการทุกหน่วยงาน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปในทิศทางเดียวกันและสอดคล้องกับกฎหมายทุกขั้นตอน

ส่วน “โครงการแก้มลิงทุ่งหิน” ตำบลยี่สาร อำเภออัมพวา นายมงคล ได้แสดงความกังวลว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่สามารถใช้กักเก็บน้ำจืดได้ตามที่การประปาและกรมชลประทานระบุไว้ จึงเสนอให้ภาครัฐเร่งบูรณาการต่อยอดพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว สวนสาธารณะ และศูนย์กิจกรรมเศรษฐกิจ เพื่อไม่ให้เงินภาษีประชาชนสูญเปล่า
ด้านนายชยชัย ผู้ว่าฯ กล่าวว่า จากการตรวจสอบของการประปาส่วนภูมิภาคเขต 3 พบว่าพื้นที่ดังกล่าวมีค่าความเค็มในดินสูงเกินมาตรฐาน หากนำน้ำมาผลิตประปาจะขาดทุนกว่า 600 ล้านบาทภายใน 40 ปี อย่างไรก็ตาม ยังคงใช้เป็นพื้นที่กักเก็บน้ำเพื่อป้องกันน้ำหลากได้ โดยสามารถรองรับน้ำได้กว่า 5 ล้านลูกบาศก์เมตร พร้อมวางแผนพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศในอนาคต
ขณะเดียวกัน ร้อยโทพัชโรดม อุนสุวรรณ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีตำบลอัมพวา ได้เสนอแนวทางฟื้นฟูตลาดน้ำอัมพวา ด้วยการใช้ทุนทางวัฒนธรรมและอาหารพื้นถิ่นมาสร้างเอกลักษณ์ให้สมุทรสงครามเป็น “เมืองแห่งวัฒนธรรมอาหารท้องถิ่น” พร้อมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น หลังคาคลุมทางเดินริมน้ำ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวและผู้ค้าขาย
อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าราชการจังหวัด กล่าวว่าจะจัดตั้งคณะกรรมการเฉพาะด้านเพื่อขับเคลื่อนทุกโครงการ ทั้งเมืองใหม่สมุทรสงคราม พัฒนาแก้มลิงทุ่งหิน และแผนส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อให้ทุกโครงการที่ลงทุนแล้วไม่สูญเปล่า แต่ได้รับการต่อยอดให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและจังหวัดสมุทรสงครามในระยะยาว




