สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 6 พ.ย. ว่า สำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) กระบอกเสียงของรัฐบาลเปียงยาง เผยแพร่แถลงการณ์ของนายคิม อึน-ชอล รมช.การต่างประเทศเกาหลีเหนือ ด้านกิจการสหรัฐ ว่าเมื่อไม่นานมานี้ รัฐบาลวอชิงตันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อเกาหลีเหนือเป็นครั้งที่ 5 นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง เมื่อเดือน ม.ค. ปีนี้ ซึ่งสะท้อนจุดยืนชัดเจน ว่าสหรัฐ “ต้องการเป็นศัตรูกับเกาหลีเหนืออย่างถึงที่สุด”


ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลเปียงยางรายนี้เน้นว่า มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐจะไม่ส่งผลกระทบต่อแนวทางนโยบายของเกาหลีเหนือ ในการรักษาสถานะรัฐติดอาวุธนิวเคลียร์ แต่จะเป็นเพียง “อีกหนึ่งตัวอย่างของการใช้นโยบายที่ล้มเหลวต่อเกาหลีเหนือ” และสหรัฐไม่ควรคาดหวังการเจรจากับรัฐบาลเปียงยาง ตราบใดที่ยังคงมีมาตรการคว่ำบาตรเช่นนี้


ทั้งนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐเพิ่งประกาศการคว่ำบาตรบุคคล 8 คน และนิติบุคคลอีกสองแห่ง “สำหรับบทบาทในการฟอกเงินที่ได้มาจากกิจกรรมผิดกฎหมาย ซึ่งดำเนินการโดยเกาหลีเหนือ” บุคคลกลุ่มดังกล่าวป็น “แฮกเกอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ” ซึ่งดำเนินการที่ผิดกฎหมายเพื่อ “ระดมทุนสำหรับโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของรัฐบาลเปียงยาง” ด้วยการขโมยและฟอกเงิน


ในช่วงสามปีที่ผ่านมา กระทรวงการคลังสหรัฐประเมินมูลค่าความเสียหายของอาชญากรรมไซเบอร์ที่ก่อโดยเกาหลีเหนือไปแล้วมากกว่า 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 97,380 ล้านบาท) ส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบของสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งมักใช้เทคนิคที่ซับซ้อน เช่น มัลแวร์ขั้นสูง และการหลอกลวงทางจิตวิทยา


อนึ่ง ทรัมป์แสดงท่าทีกระตือรือร้นอย่างมากที่จะพบกับนายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ระหว่างการเยือนเกาหลีใต้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่ท่าทีของผู้นำสหรัฐไม่ได้รับการตอบสนองจากรัฐบาลเปียงยางแต่อย่างใด.

เครดิตภาพ : AFP