เมื่อวันที่ 6 พ.ย. นายสุวิชาณ สุระบาล ผู้อำนวยการกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง กรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า ทล. ได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นภาคเอกชน (Market Sounding) โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 5 (M5) สายทางยกระดับอุตราภิมุข ช่วงรังสิต-บางปะอิน ระยะทาง 22 กิโลเมตร (กม.) วงเงินลงทุนรวมประมาณ 42,265 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าก่อสร้าง 30,080.8 ล้านบาท, ค่าการดำเนินงานและบำรุงรักษา (O&M) 11,955.6 ล้านบาท, ค่า Start-up Cost 19.4 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายก่อสร้างจุดพักรถ 209.3 ล้านบาท โดยเป็นการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP Gross Cost) เอกชนลงทุนก่อสร้าง ดำเนินงาน และบำรุงรักษา ได้รับค่าตอบแทนจากการให้บริการตามผลการดำเนินงานจริง ส่วนรัฐจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน และเป็นเจ้าของทรัพย์สิน รวมทั้งรายได้ค่าผ่านทางทั้งหมด     

นายสุวิชาณ กล่าวต่อว่า ระยะเวลาดำเนินโครงการรวมไม่เกิน 34 ปี แบ่งเป็น 2 ระยะ (เฟส) ได้แก่ เฟสที่ 1 การออกแบบและก่อสร้างงานโยธา พร้อมติดตั้งงานระบบและองค์ประกอบที่เกี่ยวข้อง ระยะเวลาไม่เกิน 4 ปี และเฟสที่ 2 การดำเนินงานและบำรุงรักษา (O&M) ระยะเวลาไม่เกิน 30 ปี นับจากวันเปิดบริการ อย่างไรก็ตามจากการประเมินเบื้องต้น พบว่า เอกชนที่เข้าร่วมประชุมให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการฯ โดย ทล. กำลังจัดทำร่างประกาศเชิญชวนเอกชน และร่างเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน (RFP) คาดว่าจะออกประกาศเชิญชวนฯ ในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 ลงนามสัญญา และเริ่มก่อสร้างปลายปี 2569 ใช้เวลา 4 ปี เปิดบริการปี 2574 คาดการณ์ปีแรกมีปริมาณจราจร 14.2 ล้านคัน เติบโตประมาณ 2.5% ต่อปี  

นายสุวิชาณ กล่าวอีกว่า โครงการมอเตอร์เวย์ M5 จะแบ่งการดำเนินงานเป็น 2 ช่วง รวมระยะทาง 29 กม. ได้แก่ ช่วงอนุสรณ์สถาน-รังสิต ซึ่งเชื่อมต่อกับทางยกระดับอุตราภิมุขเดิม (ดอนเมืองโทลล์เวย์) ระยะทางประมาณ 7 กม. ปัจจุบันดูแลโดย ทล. ไม่ได้มีการเก็บค่าผ่านทาง โดยเอกชนต้องเข้ามาปรับปรุง และดูแลบำรุงรักษาในส่วนนี้ด้วย และช่วงรังสิต-บางปะอิน ระยะทาง 22 กม. เอกชนต้องก่อสร้าง ซึ่งรวมถึงจุดพักรถ (Rest Stop) บนพื้นที่ประมาณ 5 ไร่ บริเวณด่านรังสิต 1 ขาเข้าด้วย จะมีห้องน้ำ ที่จอดรถประมาณ 20 คัน ที่นั่งพักคอย และร้านค้า เพื่ออำนวยความสะดวกผู้ใช้ทางก่อนเข้าเมือง

นายสุวิชาณ กล่าวด้วยว่า ตลอดเส้นทางมีจุดขึ้น-ลง และตำแหน่งเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางรวม 7 แห่ง ได้แก่ รังสิต 1, รังสิต 2, คลองหลวง, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, นวนคร, วไลยอลงกรณ์ และประตูน้ำพระอินทร์ มีอัตราค่าผ่านทาง รถยนต์ 4 ล้อ 20 หรือ 40 บาทต่อคัน และรถยนต์มากกว่า 4 ล้อ 30 หรือ 65 บาทต่อคัน ค่าผ่านทางเพิ่มขึ้นทุก 5 ปีในอัตรา 2.5% ต่อปี ทั้งนี้จะจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น (M-Flow) ตลอดเส้นทาง เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการเดินทาง และลดความแออัดของการจราจรบนถนนพหลโยธินอย่างมีนัยสำคัญ

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีบริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) ผู้รับสัมปทานโครงการดอนเมืองโทลล์เวย์ ยื่นข้อเสนอพิพาทต่อสถาบันอนุญาโตตุลาการ เนื่องจากไม่ได้รับการเยียวยาจาก ทล. ในฐานะคู่สัญญา เพื่อชดเชยผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 จะมีผลต่อการเข้าร่วมประมูลหรือไม่ นายสุวิชาณ กล่าวว่า บริษัท ทางยกระดับดอนเมืองฯ ยังมีสิทธิเข้าร่วมประมูล ไม่เกี่ยวกับการที่ยื่นข้อเสนอต่อสถาบันอนุญาโตฯ ซึ่งเรื่องนี้ยังอยู่ระหว่างเจรจา ทล. ยังไม่ได้มองว่าเป็นข้อพิพาท และยังไม่มีข้อสรุปใดๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมครั้งนี้ มีผู้แทนจากภาคเอกชนเข้าร่วมกว่า 150 คนจาก 44 บริษัท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ อาทิ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ช. การช่าง จำกัด (มหาชน), บริษัท ซิโน ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน), บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน), บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) และบริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นต้น โดยแต่ละบริษัทล้วนให้ความสนใจ และพร้อมเข้าร่วมโครงการ แต่มีบางบริษัทกังวลว่าบริษัทรายเดิมที่ได้รับสัมปทานดอนเมืองโทลล์เวย์จะมีความได้เปรียบมากกว่า.