เมื่อวันที่ 7 พ.ย. น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล สส.บัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ทวีตข้อความพร้อมภาพผ่านแอปพลิเคชัน X ระบุว่า ข่มขู่ เตะถ่วง = มือไม่พาย เอาเท้าราน้ำ

ช่วงนี้แม้บรรยากาศการเมืองจะเต็มไปด้วยแรงกดดันและการข่มขู่จากฝ่ายรัฐบาล ที่พยายามทำให้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องสะดุดหรือ “กลายเป็นหมัน” แต่คณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขรัฐธรรมนูญของเรายังคงเดินหน้าทำงานอย่างต่อเนื่อง ประชุมกันสัปดาห์ละ 3 วันเต็ม เพื่อพิจารณาเนื้อหาทีละมาตราอย่างละเอียด

ขณะนี้เราอยู่ในช่วงสำคัญของการพิจารณากลไกของการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ว่าควรให้มี สภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ควบคู่ไปกับ กมธ.ยกร่างฯ หรือไม่ และหากมี ที่มาของสมาชิกจะเป็นอย่างไร จึงจะสะท้อนเสียงของประชาชนได้อย่างแท้จริง โดยไม่ขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ควบคู่กับการออกแบบอำนาจหน้าที่ และกระบวนการทำงานของคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเปิดกว้างต่อการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน

แต่ในขณะที่เรากำลังพยายามผลักดันให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเดินหน้าตามเจตนารมณ์ของประชาชนกันอยู่อย่างจริงใจ เดียร์ก็มีคำถามเกิดขึ้นในหัวว่า แล้วฝ่ายรัฐบาลและวุฒิสภาส่วนใหญ่มีความจริงใจด้วยหรือไม่ เพราะฝ่ายบริหารเอาเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญเป็นตัวประกัน โดยข่มขู่ว่าจะยุบสภาเพื่อสกัดกระบวนการหากมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขณะที่ในคณะกรรมาธิการฯ เอง สส.ฝั่งรัฐบาลและ สว.ส่วนใหญ่ ก็เล่มเกมด้วยการ “ไม่ร่วมเป็นองค์ประชุม” ให้ครบ 

ในการประชุมล่าสุด หลังจากการถกเถียงในประเด็นสำคัญเสร็จสิ้น และเมื่อจะลงมติ กลับเหลือกรรมาธิการเพียง 20 คนในห้องประชุม ซึ่งส่วนใหญ่เป็น สส.ฝ่ายค้าน และ สว. อีกเพียง 2 ท่านเท่านั้น ที่เหลือไม่มาร่วมประชุม หรือบางคนเข้าร่วมแต่เดินออกจากห้องก่อนลงมติ ทั้งที่เราต้องการเพียง 22 คน เพื่อให้สามารถลงมติในเรื่องสำคัญได้

“เหตุการณ์เช่นนี้สะท้อนให้เกิดคำถามว่า รัฐบาลที่นำโดยพรรคภูมิใจไทย และวุฒิสภาส่วนใหญ่ ไม่มีความตั้งใจจริงที่จะให้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเดินหน้าหรือไม่ โดยเลือกใช้เกมการเมืองถ่วงเวลา ทำให้ความหวังของประชาชนต่อรัฐธรรมนูญใหม่ต้องอยู่บนความไม่แน่นอน ว่าจะเดินถึงปลายทางหรือไม่” น.ส.ขัตติยา ระบุ