เมื่อวันที่ 9 พ.ย. 68 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูจังหวัดปทุมธานี ว่า ขณะกำลังนำผู้ป่วยมีอาการชักเกร็งส่งโรงพยาบาล ได้ทำการเปิดสัญญาณไซเรนเพื่อขอทาง เพราะเป็นเคสผู้ป่วยฉุกเฉิน แต่มีรถกระบะคันหนึ่งไม่ยอมให้เข้าช่องทาง มีการเบรกใส่และให้ของลับ โดยกล้องหน้ารถสามารถบันทึกภาพเอาไว้ได้อย่างชัดเจน โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นถนนปทุมธานี-สามโคก มุ่งหน้าสามโคก อ.สามโคก จ.ปทุมธานี จึงเดินทางไปสอบถามข้อเท็จจริง

นายนิทาน ชื่นชนกพิบูลย์ อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูจังหวัดปทุมธานี เปิดเผยว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมาเวลาประมาณ 08.00 น.เศษ ตนได้รับแจ้งจากศูนย์กู้ชีพว่า มีผู้ป่วยมีอาการชักเกร็งภายในซอยวัดสิงห์ อ.สามโคก ตนจึงเดินทางไปให้ความช่วยเหลือเพื่อนำส่งโรงพยาบาล เมื่อช่วยเหลือมาแล้ว ได้ขับมาจากถนนสามโคกมุ่งหน้าเข้าเมืองปทุมธานี ขณะนั้นได้เปิดสัญญาณไซเรนทั้งแสงและเสียง เมื่อมาใกล้ถึงแยกสันติสุข ตนก็เปิดสัญญาณไฟเลี้ยวเพื่อขอเข้าช่องทางซ้าย แต่ปรากฎว่า รถกระบะสีบรอนซ์กลับไม่ให้เข้า ก่อนเร่งเครื่องขึ้นมาบีบแตรใส่และเหยียบเบรกกะทันหัน ตนจึงบีบแตรกลับไปเพราะผู้ป่วยในรถเป็นชายวัย 51 ปี เริ่มมีอาการชักเกร็งขึ้นอีกครั้ง จากนั้นรถกระบะได้เลี้ยวซ้ายไปทางถนนรังสิต-ปทุมธานี โดยคนขับได้เปิดกระจกยื่นมือออกมาให้ของลับ ตนเลยพูดผ่านไมค์โครโฟนว่า ตนได้จดทะเบียนไว้หมดแล้ว

“อยากจะบอกผู้ขับขี่ว่า สัญญาณไซเรนเราไม่ได้เปิดเล่น ในรถเรามีคนป่วยและตามกฏหมายจะต้องขับรถเว้นระยะห่างจากรถฉุกเฉินอยู่แล้ว ขอให้ท่านใจเย็นและให้ทางกับรถฉุกเฉิน ไม่ให้ทางไม่เป็นไรแต่มาให้ของลับกู้ภัยที่เป็นรถฉุกเฉินนั้นไม่สมควรอย่างยิ่ง” อาสากู้ภัย กล่าว.