เมื่อวันที่ 10 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังจากเขื่อนเจ้าพระยาคงการระบายน้ำ ในอัตรา 2,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเพิ่มสูงขึ้น โดยพบว่าระดับน้ำในแม่เจ้าพระยา บริเวณหน้าโบรามสถานวัดไชยวัฒนาราม ในพื้นที่ตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากเมื่อวาน 10 ซม.

โดยทางอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่ได้ติดตั้งแผ่นเหล็ก ความสูงประมาณ 1 เมตร เสริมความสูงของแนวบังเกอร์ ป้องกันน้ำท่วม สำเร็จรูป ความสูง 1.90 เมตร สูงตลอดแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยา รวมระยะทาง 165 เมตร รวม 138 แผ่น พร้อมวางแผ่นผ้าใบ กระสอบทราย ที่ติดตั้งไว้ก่อนแล้ว พร้อมกับติดตั้งเครื่องสูบน้ำแบบอัตโนมัติ ทำงานสูบน้ำทันทีที่มีน้ำบางส่วนจะรั่วซึมตามแนวบังเกอร์เข้ามาด้านใน ตามปริมาณที่กำหนดเครื่องทำงานทันที

สำหรับแนวบังเกอร์ป้องกันน้ำท่วมวัดไชยวัฒนาราม นี้ เคยผ่านการใช้ป้องกันน้ำท่วมที่มีระดับสูงกว่าปัจจุบันมาแล้ว มีความมั่นคงแข็งแรง จากการตรวจสอบพบว่าระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่านหน้าโบราณสถานวัดไชยวัฒนาราม ระดับน้ำสูงขึ้น เหลืออีกประมาณ 30 เซนติเมตร จะล้นแนวบังเกอร์ป้องกันน้ำท่วม โดยพบว่าบรรยากาศภายในโบราณสถานวัดไชยวัฒนาราม มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนมากเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวตามปกติ

ส่วนบริเวณชุมชนหมู่ 8 ตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นชุมชนที่อยู่ใกล้เคียงวัดไชยวัฒนาราม หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าชุมชนวัดไชยวัฒนารามนั้น ถูกน้ำท่วมบ้านเรือนมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือน ชาวบ้านต้องใช้เรือพายสัญจรไปมา

สอบถามนางสาวอนันต์ จันทร์ชัย อายุ 49 ปี เล่าว่า ชาวบ้านหมู่ 8 เล่าว่า บ้านของตนเองถูกน้ำท่วมมามากกว่า 3 เดือนแล้ว ซึ่งตอนนี้ก็ลำบากต้องใช้เรือสัญจรไปมา ช่วงกลางวันอากาศจะร้อน เลยต้องพาลูกหลานออกมานั่งอยู่ที่ศาลาริมถนน เพื่อพักผ่อนและระบายความเครียดถ้ายังนั่งอยู่ภายในบ้าน ตอนนี้ไม่ขออะไรมาก อยากให้สถานการณ์น้ำลดลงอย่างเร็วเพราะอยู่แบบยากลำบาก.