“พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์” เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือสำนักงาน กกพ. ระบุว่า เตรียมสรุปอัตราค่าบริการการใช้และเชื่อมต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้แก่บุคคลที่สาม (ทีพีเอ) สำหรับโครงการนำร่องซื้อขายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบการทำสัญญาซื้อขายพลังงานไฟฟ้าได้โดยตรง (ไดเร็ค พีพีเอ) เพื่อนำเสนอ บอร์ด กกพ. พิจารณาในสัปดาห์หน้า หลังจากได้ออกประกาศเปิดรับฟังความคิดเห็นฯ ผ่านทางเว็บไซต์ สำนักงาน กกพ. เสร็จสิ้นในวันที่ 10 พ.ย. 68 จากนั้น เมื่อผ่านการพิจารณาของบอร์ด กกพ.แล้ว จะนำเสนอคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่มี อรรถพล ฤกษพิบูลย์ รมว.พลังงาน เป็นประธานฯ พิจารณาต่อไป
“ปลายปีนี้ เรื่องของไดเร็ค พีพีเอ จะได้ข้อสรุป เพราะหลักเกณฑ์ก็มีแล้ว ทางเทคนิคก็เตรียมแล้ว อัตราค่าบริการทีพีเอกำลังจะสรุป ภายในสิ้นเดือน พ.ย. นี้ ต้องได้อัตราชัดเจน และหากดูจากนโยบายควิก บิ๊ก วิน ของรัฐบาล ก็ต้องทำทุกอย่างให้เร็ว ซึ่งตามมติ กพช. กำหนดให้ไดเร็ค พีพีเอ เฟส 1 เริ่มที่กลุ่มธุรกิจ ดาต้า เซ็นเตอร์ โดยให้เป็นการนำร่องดำเนินการที่ปริมาณไฟฟ้า 2,000 เมกะวัตต์ ก็ต้องทำงานร่วมกับบีโอไอ ที่จะเปิดรับลงทะเบียนยื่นขอรับสิทธิส่งเสริมการลงทุนกับกลุ่มธุรกิจดาต้า เซ็นเตอร์ และร่วมมือกับ กฟภ.และ กฟผ.ที่จะขยายสายส่งรองรับรวมถึง กฟน.ที่จะคาบเกี่ยวในบางพื้นที่ คาดว่า ม.ค.-ก.พ. ปี 69 น่าจะเห็นรายชื่อของธุรกิจดาต้า เซ็นเตอร์ ที่จะมาใช้บริการในรูปแบบไดเร็ค พีพีเอ”
สำหรับโครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน หรือ โครงการโซลาร์บิ๊กลอตรอบที่ 2 ที่ตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ให้ภาคเอกชนพิจารณาปรับลดอัตราค่าไฟฟ้าเพิ่มเติม เพื่อให้เป็นประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน จากที่กำหนดอัตราค่าไฟฟ้าในรูปแบบเอฟไอทีของโครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน อยู่ที่อัตราหน่วยละ 2.1679 บาท พร้อมมอบหมายให้ กกพ. พิจารณาปรับปรุงกรอบระยะเวลาการลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้านั้น
อย่างไรก็ตามล่าสุด กกพ.ได้ส่งหนังสือถึงเอกชนครบทั้ง 64 ราย คิดเป็นกำลังผลิตรวมประมาณ 1,600 เมกะวัตต์ เพื่อขอให้พิจารณาปรับลดอัตราค่าไฟฟ้าลง 1 สตางค์ เหลือ 2.1579 บาทต่อหน่วย ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างรอการตอบรับจากภาคเอกชน ซึ่งหากทุกรายพร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐ ก็คาดว่า ขั้นตอนต่อไป ทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ก็จะเดินหน้าสู่ขั้นตอนลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าต่อไป.



