ตามที่สำนักพระราชวังได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วัน โดยเปิดให้เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพทุกวัน เวลา 08.00-21.00 น. เริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 9 พ.ย. 68 เป็นวันแรก

ทั้งนี้สำนักพระราชวังกำหนดให้ประชาชนสามารถเข้าถวายสักการะพระบรมศพ ใน 4 ช่วงเวลา เริ่มช่วงที่ 1 เวลา 08.00-10.45 น. ช่วงที่ 2 เวลา 12.00-16.45 น. ช่วงที่ 3 เวลา 17.45-18.30 น. และช่วงที่ 4 เวลา 19.45-21.00 น. สำหรับในวันที่ 13 พ.ย. 2568 ซึ่งเป็นวันที่ 5 ที่สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ซึ่งมีประชาชนเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง โดยผ่านจุดคัดกรองบริเวณท้องสนามหลวง ก่อนเวลาที่สำนักพระราชวังจะเปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะเป็นจำนวนมาก

เมื่อผ่านจุดคัดกรองดังกล่าวแล้ว เจ้าหน้าที่จิตอาสาพาประชาชนมาที่บริเวณประตูมณีนพรัตน์ ผ่านวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เดินผ่านหมู่พระมหามณเฑียร พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยมไหยสูรยพิมาน พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เข้าสู่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ด้านกำแพงฝั่งทิศตะวันออก ขึ้นกราบพระบรมศพตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง เสร็จแล้ว

เมื่อลงจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ประชาชนเดินออกทางประตูเทวาภิรมย์ ข้ามไปยังท่าราชวรดิษฐ์ โดยมีเจ้าหน้าที่จิตอาสาและเจ้าหน้าที่ตำรวจจัดรถรางไฟฟ้าให้บริการกลับไปส่งที่สนามหลวง

อนึ่งในเวลา 06.40 น. วันที่ 13 พ.ย. 2568 พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล เสด็จไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง

ต่อมาในเวลา 10.53 น. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารีเสด็จไปในการบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ในเวลา 19.00 น. พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล เสด็จไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นอกเหนือจากพสกนิกรจากทั่วสารทิศที่เดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพฯ แล้ว ยังมีคณะบุคคล อาทิ นายอรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรี พล.ท.วัชรินทร์ มุทะสินธุ์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ผู้บริหาร บมจ.ดุสิตธานี

ดร.สราวุธ และซัน ที่ปรึกษาจุฬาราชมนตรี กล่าวว่า วันนี้ นายอรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรี นำคณะจุฬาราชมนตรี เข้าถวายอาลัยพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ด้วยการยืนตรงสงบนิ่งก้มศีรษะคำนับ การสวรรคตของพระองค์ผู้ทรงพระคุณอันใหญ่หลวงต่อศาสนาอิสลามและพสกนิกรมุสลิม ซึ่งพสกนิกรมุสลิมเสียใจอย่างยิ่ง พระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดไม่ได้ที่พระองค์ทรงมีต่อมุสลิม ทุกปีมีการจัดงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย อดีตจัดที่สวนอัมพร ปัจจุบันจัดที่ศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติ เฉลิมพระเกียรติ ถนนคลองเก้า คลองสิบ หนองจอก กรุงเทพฯ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จฯ ทรงเปิดงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทยเป็นประจำ ปัจจุบันพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระราชินีทรงสืบสาน รักษา ต่อยอด เสด็จฯ เปิดงาน

“พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชินีผู้ทรงงานหนัก ทรงเสียสละเพื่อชาวไทยในพื้นที่ห่างไกล ในหลวง รัชกาลที่ 9 เสด็จฯ พร้อมด้วยพระราชินีไปยังมัสยิดนูรุ้ลเอี๊ยะห์ซาน ห้วยทรายใต้ จ.เพชรบุรี ครั้งนั้นอิหม่ามและชาวไทยมุสลิมเฝ้าฯ รับเสด็จ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ประทับบนมิมบัส (ธรรมาสน์) ในมัสยิด ทั้งสองพระองค์พระราชทานเงินตั้งต้นเพื่อสร้างมัสยิดหลังใหม่ เหตุมัสยิดเดิมทรุดโทรม ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยมุสลิม ทำให้ชาวบ้านห้วยทรายใต้ซาบซึ้งในความเมตตาต่อพสกนิกรของพระองค์ เช่นเดียวกับที่มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นศูนย์กลางประกอบศาสนกิจชาวไทยมุสลิมภาคใต้ ในหลวง ร.9 และพระราชินี เสด็จฯ ไปเปิดงานและเยี่ยมเยียนพสกนิกรมุสลิมไม่ขาด พระองค์ท่านไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา พุทธ คริสต์ อิสลาม ชาวมุสลิมสำนึกพระเมตตาและพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระพันปีหลวง” ดร.สราวุธ กล่าว

ดร.ปริญญา ประหยัดทรัพย์ ผู้ทรงคุณวุฒิจุฬาราชมนตรี กล่าวว่า ชาวไทยมุสลิมใน 3 จังหวัดภาคใต้ล้วนอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระองค์ท่าน โดยเฉพาะพระราชกรณียกิจส่งเสริมการประกอบศิลปาชีพ พระองค์ท่านทรงงานหนักสร้างความหลากหลายทางอาชีพ ทั้งงานถักทอ จักสานลิเภา ผ้าบาติกพัฒนาลวดลายให้สวยงาม ทรงงานด้านนี้ตลอดมา ทำให้ชาวไทยมุสลิมได้สืบสานวิถีวัฒนธรรม มีอาชีพที่สร้างรายได้ ก่อให้เกิดความสันติสุขในภาคใต้ จากอดีตจนถึงปัจจุบันผ้าบาติกได้รับความนิยมทั้งในประเทศไทยและระดับนานาชาติ พสกนิกรมุสลิมไม่มีวันลืม และจะสืบสานวิถีวัฒนธรรมให้อย่างยั่งยืน

“มัสยิดทั่วประเทศไทย กว่า 4,000 แห่ง ได้ร่วมถวายอาลัยต่อการสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยการอ่านคำถวายอาลัยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่มีต่อศาสนาอิสลามในเวลาก่อนละหมาดวันศุกร์ และนำเสนอคุตบะห์ (ธรรมเทศนา) เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระองค์ด้านศาสนา ด้านการประกอบอาชีพ รวมถึงพระราชกรณียกิจด้านการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม เพื่อให้ชาวไทยมุสลิมสืบสานพระราชปณิธาน นำมาซึ่งความเจริญของประเทศชาติ” ดร.ปริญญา กล่าว