เมื่อวันที่ 13 พ.ย.ที่สภ.คูคต พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ภาณุเดช สุขวงศ์ รอง ผบช.สง.ก.ตร.ปฏิบัติราชการ ภ.1 พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล รอง ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.พีรศักดิ์ รอดบนรอง ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.วิทิต จันทร์เอี่ยม รอง ผบก.สส.ภ.1 พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.กานตภณ วรรณา ผกก.สภ.คูคต ร่วมกันแถลงข่าวปฏิบัติการกวาดล้างเว็บพนันออนไลน์ และปราบสแกมเมอร์ พร้อมด้วยของกลางพร้อมด้วยของกลาง 1.เงินสด จำนวน 30324600 บาท 2.บัตรเอทีเอ็ม (บัญชีม้า) ประมาณ 100 ใบ 3.โทรศัพท์มือถือ 22 เครื่อง 4 เอกสารการโอนเงินใบเสร็จค่าน้ำไฟหลายรายการระหว่างตรวจนับและทำการตรวจยึดอายัดทรัพย์ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินยอดรวม 20 ล้านบาท นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 10 คน

พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.ภ.1 ได้ทำการสืบสวนขยายผลแสวงหาพยานหลักฐานจนทราบว่า เว็บไซต์SBOBET.LIVE และ UFACLUB1 โดยเว็บไซต์ทั้งสองมีความเชื่อมโยงกันได้ชักชวนและจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอหมายค้นจนนำไปสู่การตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหาชาย 8 คนหญิง 2 คน รวมจำนวน 10 คน โดยมีฐานความผิด ” ร่วมกันกันจัดให้มีการเล่นหรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันการเล่นซึ่งมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานหรือรับอนุญาตแล้วแต่เล่นพลิกแพลง หรือผู้ใดเข้าเล่นหรือเข้าพนันใน การเล่นอันขัดต่อบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎกระทรวงหรือข้อความในใบอนุญาต และร่วมกันกันฟอกเงิน” พร้อมด้วยของกลาง 1.เงินสด จำนวน 30324600 บาท 2.บัตรเอทีเอ็ม (บัญชีม้า) ประมาณ 100 ใบ 3.โทรศัพท์มือถือ 22 เครื่อง 4 เอกสารการโอนเงินใบเสร็จค่าน้ำไฟหลายรายการระหว่างตรวจนับและทำการตรวจยึดอายัดทรัพย์ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินยอดรวม 20 ล้านบาท นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 10 คน พร้อมด้วยของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.คูคต เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายหลังจากนี้ตำรวจภูธรภาค 1 จะได้ทำการสืบสวนขยายผล ผู้เกี่ยวข้องในขบวนการลักลอบจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์ ซึ่งมอมเมาเยาวชนและประชาชนทั่วไป โดยจะดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุด

อีกคดี 2.ตำรวจภูธรภาค สามารถจับกุมผู้ที่กระทำความผิดเกี่ยวกับสแกมเมอร์ได้จำนวน 7 คอกม้า ตรวจยึดเงินสดของกลาง จำนวน 5580300 บาท และคืนเงินผู้เสียหายไปจำนวน 8 ราย เป็นเงินจำนวน 1200000 บาท ได้ดังนี้

  1. พื้นที่ สภ.พระประแดง จับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด 3 คน ยึดของกลางเงินสดจำนวน 1924400 บาท คืนเงินผู้เสียหายได้ 2 ราย รวมจำนวน 524400 บาท ( ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างติดตามผู้เสียหายเพื่อรับเงินคืน )
  2. พื้นที่ สภ.บางศรีเมือง จับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด 8 คน ยึดของกลางเงินสดจำนวน 846800 บาท คืนเงินผู้เสียหายที่แจ้งความได้ ดังนี้ พื้นที่ สภ.พนมทวน จำนวน 115000 บาทพื้นที่ สภ.หัวหิน จำนวน 29700 บาท พื้นที่ สน.นิมิตใหม่ จำนวน 12000 บาท พื้นที่ สภ.วาปีปทุมจำนวน 45000 บาท
  3. พื้นที่ สน.บางชัน ห้างสรรพสินค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ จับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด 9 คนยึดของกลางเงินสดจำนวน 687000 บาท (อยู่ระหว่างดำเนินการติดตามผู้เสียหายเพื่อรับเงินคืน)
  4. พื้นที่ สภ.บางปู จับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด 5 คน ยึดของกลาง โทรศัพท์มือถือและสมุดบัญชีที่ใช้ในการทำธุรกรรม จำนวน 4 ชุด (อยู่ระหว่างดำเนินการติดตามผู้เสียหายเพื่อรับเงินคืน)
  5. พื้นที่ สภ.พระนครศรีอยุธยา จับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด 12 คน ยึดของกลางเงินสดจำนวน 927000 บาท คืนเงินผู้เสียหายที่แจ้งความได้ ดังนี้ พื้นที่ สภ.วังเหนือ จำนวน 169000 บาทพื้นที่ สภ.บางแก้ว จำนวน 129696บาท
  6. พื้นที่ สภ.บางใหญ่ จับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด 4 คน ยึดของกลางเงินสดจำนวน 428000 บาท และประสานข้อมูล WAR ROOM PCT อายัดเงินไว้อีกจำนวน 500000 บาทเศษคืนเงินผู้เสียหายที่แจ้งความได้ ดังนี้ พื้นที่ ภ.3 และ ภ.67. พื้นที่ สน.บางชัน ห้างสรรพสินค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ จับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด 8 คนยึดของกลางเงินสดจำนวน 166000 บาท และประสานข้อมูล WAR ROOM PCT อายัดเงินไว้อีกจำนวน101100 บาท คืนเงินผู้เสียหายที่แจ้งความได้ ดังนี้ พื้นที่ สภ.เจาะไอร้อง จำนวน 166000 บาท

ซึ่งทั้ง 7 คดีดังกล่าวได้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาโดยมีฐานความผิดแตกต่างกันตามพฤติกรรมความผิด ดังนี้ 1.ร่วมกันเป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการและ มีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมาย กระทำความผิดฐานเป็นอั้งยี่และสมคบกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดเป็นซ่องโจร

2.ร่วมกันเป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใดๆ เพื่อให้มีการซื้อ ขาย ให้เช่าหรือให้ยืมบัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด

3.เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่า จะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด

4.ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันฟอกเงิน หลังจากนี้ตำรวจภูธรภาค 1 จะได้ทำการสืบสวนจับกุมและขยายผลผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการสแกมเมอร์ที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนโดยจะดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุด