ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เรือนปณาลี รีสอร์ท อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม นายนิทรารัตน์ แพทย์วงศ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการและที่ปรึกษาสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดฯ หลังจากองค์กรได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการตามกฎหมาย โดยมีนายภาณุมาศ รวมสุข และนายชินรัตน์ พงษ์พรรณนากูล เป็นรองประธาน พร้อมด้วยนายชัยวิทย์ เผื่อนอุดม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสมุทรสงคราม และคณะกรรมการที่ปรึกษาเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

ที่ประชุมได้หารือแนวทางการขับเคลื่อนงานของสภาฯ โดยมีมติให้จัดทำฐานข้อมูลผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวในจังหวัด เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการวางแผนและส่งเสริมกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงการจัดสัมมนาและเวิร์กช็อปให้ผู้ประกอบการเข้าใจบทบาทและภารกิจของสภาฯ ที่ได้รับการรับรองตามกฎหมายและเชื่อมโยงกับการขับเคลื่อนระดับประเทศ ทั้งนี้เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือ พัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และเสริมสร้างเอกภาพระหว่างผู้ประกอบการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นายชัยวิทย์ เผื่อนอุดม ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานสมุทรสงคราม กล่าวว่า จังหวัดสมุทรสงครามมีต้นทุนทางการท่องเที่ยวที่หลากหลาย ทั้งทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และอาหารที่มีเอกลักษณ์ สามารถท่องเที่ยวครบทั้งสามอำเภอภายในวันเดียว อย่างไรก็ตาม จังหวัดยังขาดการนำเสนอภาพรวมที่มีเอกลักษณ์และต่อเนื่อง ดังนั้น สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดจะมีบทบาทสำคัญในการบูรณาการต้นทุนเหล่านี้เพื่อสร้างภาพลักษณ์และกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวให้ชัดเจนมากขึ้น ซึ่ง ททท. พร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่

ในที่ประชุมยังได้หยิบยกประเด็นการจัดเก็บภาษีโรงแรมและที่พักขององค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สมุทรสงคราม ซึ่งปัจจุบันเรียกเก็บในอัตราสูงสุด 2 เปอร์เซ็นต์ สร้างความกังวลแก่ผู้ประกอบการ เนื่องจากจังหวัดมีขนาดเล็กและอัตราการเติบโตทางการท่องเที่ยวยังไม่สูง สภาฯ จึงมีมติจะเข้าหารือกับนายก อบจ. คนใหม่ เพื่อขอให้พิจารณาลดภาษีเหลือ 0.5 เปอร์เซ็นต์ และให้จัดเก็บอย่างเท่าเทียมทุกแห่ง เพื่อความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการที่ถูกกฎหมาย

นายนิทรารัตน์ แพทย์วงศ์ ประธานสภาฯ กล่าวว่า การจัดตั้งสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรสงครามถือเป็นก้าวสำคัญของจังหวัดในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ “การท่องเที่ยวไม่ใช่แค่ธุรกิจ แต่เป็นรากฐานทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของชุมชน” พร้อมย้ำว่าการพัฒนาต้องทำควบคู่กับการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐ ท้องถิ่น และภาคประชาชน เพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ

อย่างไรก็ตาม สมุทรสงครามมีต้นทุนทางวัฒนธรรมสูง สามารถต่อยอดเป็นจุดขายสำคัญของจังหวัด แต่ที่ผ่านมาเน้นจัดกิจกรรมเฉพาะกิจมากเกินไป จึงควรมีแนวทางพัฒนาอย่างยั่งยืน นำอัตลักษณ์ท้องถิ่น เช่น การทำนาเกลือ การทำสวน การผลิตน้ำตาลมะพร้าว หรือการเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน มาสร้างกิจกรรมการท่องเที่ยวที่หลากหลาย เพื่อกระจายรายได้สู่ทุกภาคส่วน

อีกทั้งสภาฯ ยังมีแนวคิดจัดตั้ง “ศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรสงคราม” ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อเป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูลจากทุกหน่วยงาน และเป็นฐานข้อมูลกลางเผยแพร่แก่นักท่องเที่ยว โดยสำนักงานสภาฯ ตั้งอยู่ที่โรงแรมริเวอร์ตัน ใช้เป็นศูนย์ประสานงานหลักขององค์กร

นายนิทรารัตน์ฯ กล่าวด้วยว่า “ในอดีตคำว่า ‘อุตสาหกรรมท่องเที่ยว’ มักหมายถึงธุรกิจทัวร์ครบวงจร แต่วันนี้เราต้องเปลี่ยนแนวคิดใหม่ให้การท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างพื้นที่ หากบางแห่งมีที่พักแต่ไม่มีกิจกรรม ก็ควรเชื่อมโยงกับพื้นที่อื่นที่มีกิจกรรม เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนของนักท่องเที่ยวและสร้างเศรษฐกิจท่องเที่ยวที่ยั่งยืน”