สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปานามาซิตี ประเทศปานามา เมื่อวันที่ 16 พ.ย. ว่าประธานาธิบดีโฮเซ มูลิโน ผู้นำปานามา กล่าวถึงการอนุญาตให้กองทัพสหรัฐเข้ามาฝึกซ้อมเอาชีวิตรอดและการฝึกฝนทางยุทธวิธีในป่าดาริเอนซึ่งอยู่ติดกับโคลอมเบีย และที่ฐานตำรวจซึ่งตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลแคริบเบียน ในสัปดาห์นี้ ว่า “ไม่ได้มีการให้ยืมพื้นที่เพื่อใช้เป็นฐานกระทำการซึ่งเป็นปรปักษ์ต่อเวเนซุเอลา หรือประเทศอื่นใดบนโลก” แต่กล่าวด้วยว่า “ไม่มีการปรากฏตัวทางทหารที่ไม่ได้รับอนุญาต” ในปานามา


อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเวเนซุเอลามองว่า การซ้อมรบดังกล่าวเกิดขึ้น พร้อมกับการที่กองทัพสหรัฐเข้ามาปฏิบัติการทางทหาร เพื่อปราบปรามการค้ายาเสพติดในทะเลแคริบเบียน แม้เกิดในเขตน่านน้ำสากล ตั้งแต่เดือน ก.ย. ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 76 ราย แต่เวเนซุเอลาอ้างว่าเป็นเพียง “กลยุทธ์” เพื่อโค่นอำนาจของประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา


ทั้งนี้ การฝึกซ้อมรบของกองทัพสหรัฐในปานามา เป็นไปตามข้อตกลงด้านความมั่นคง ซึ่งทั้งสองประเทศลงนามร่วมกัน เมื่อเดือนเม.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งอนุญาตให้สหรัฐสามารถใช้ฐานทัพในปานามา เพื่อวัตถุประสงค์ในการ “ฝึกอบรม” โดยต้องได้รับอนุญาตจากรัฐบาลปานามา ข้อตกลงครอบคลุมระยะเวลา 3 ปี และสามารถต่ออายุได้


อย่างไรก็ดี ข้อตกลงดังนี้จุดชนวนให้เกิดการประท้วงจากชาวปานามาจำนวนมาก ซึ่งมองว่าเป็นการถูกรุกล้ำอธิปไตยของประเทศอีกครั้งโดยสหรัฐ ซึ่งเคยส่งทหารเข้ามาเมื่อปี 2532 เพื่อโค่นอำนาจประธานาธิบดีมานูเอล โนริเอกา ผู้นำปานามาในเวลานั้น ซึ่งรัฐบาลวอชิงตันกล่าวหาว่า เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด.

เครดิตภาพ : AFP