นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รักษาการผู้ว่า รฟท. เปิดเผยว่า คาดว่าโครงการรถไฟทางคู่ ระยะ (เฟส) ที่ 2 ที่เหลืออีก 6 เส้นทาง จะได้รับการบรรจุวาระการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาในช่วงเดือน ธ.ค.2568 หาก ครม. เห็นชอบ จะเริ่มดำเนินการขั้นตอนเปิดประกวดราคา (ประมูล) ใช้เวลาประมาณ 5 เดือน จะทยอยเปิดประมูลทีละเส้นทาง ห่างกันประมาณ 2 เดือน เนื่องจากหากประมูลพร้อมกันทั้งหมดทุกเส้นทาง อาจเกิดการฮั้วประมูลในกลุ่มผู้ที่จะเข้าร่วมการประมูลได้ เบื้องต้นคาดว่าในปี 2569 จะเปิดประมูลได้อย่างน้อย 3 เส้นทาง ประกอบด้วย ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 168 กม. วงเงิน 30,422 ล้านบาท, ช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่-สงขลา ระยะทาง 321 กม. วงเงิน 66,270 ล้านบาท และช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 45 กม. วงเงิน 7,772 ล้านบาท

นายอนันต์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่เหลืออีก 3 เส้นทาง ประกอบด้วย ช่วงปากน้ำโพ-เด่นชัย ระยะทาง 281 กม. วงเงินประมาณ 81,143 ล้านบาท, ช่วงชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี ระยะทาง 308 กม. วงเงิน 44,095 ล้านบาท และช่วงเด่นชัย-เชียงใหม่ ระยะทาง 189 กม. วงเงิน 68,222 ล้านบาท จะทยอยเปิดประมูลต่อไป ทั้งนี้ รฟท. ได้ถอดบทเรียนปัญหาความล่าช้าในการดำเนินงานจากการดำเนินโครงการรถไฟทางคู่ เฟสที่ 1 จึงได้ปรับการแบ่งสัญญา จากเดิมงานโยธา กับงานระบบอาณัติสัญญาณ จะแยกสัญญา ปรับเป็นรวมงานโยธากับงานระบบฯ ไว้ในสัญญาเดียวกัน เพื่อลดปัญหาความล่าช้าในการดำเนินงานเหมือนที่ผ่านมา อาทิ การส่งมอบพื้นที่ล่าช้าจากผู้รับจ้างงานโยธา ไปยังผู้รับจ้างงานระบบฯ ดังจะเห็นได้จากปัจจุบันทางคู่เฟสที่ 1 สามารถเปิดเดินรถได้แล้ว แต่งานระบบฯ ยังไม่แล้วเสร็จ 

นายอนันต์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ 3 เส้นทางสายใต้ ผ่านความเห็นชอบจากสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์แล้ว ส่วนอีก 3 เส้นที่เหลือทาง สศช. ให้เพิ่มเติมข้อมูลให้สมบูรณ์ ซึ่ง รฟท. ได้จัดทำ และส่งกลับให้ สศช. พิจารณาแล้ว ดังนั้น 3 เส้นทางหลังนี้จะเสนอ ครม.ให้เห็นชอบในหลักการไว้ก่อน และอาจต้องเสนอกลับมายัง ครม.อีกครั้งประมาณช่วงเดือน ม.ค.2569 เพื่ออนุมัติให้ดำเนินโครงการฯ

นายอนันต์ กล่าวด้วยว่า รฟท. พร้อมเปิดประมูล หาก 3 เส้นทางสายใต้ ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. อาจเริ่มประมูลเส้นทาง ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี เป็นลำดับแรก ตามด้วยช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ โดย 2 เส้นทางนี้ไม่มีอุปสรรคใด ส่วนช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่-สงขลา ประมูลสุดท้าย เนื่องจากช่วงหาดใหญ่-สงขลา ปิดใช้ทางตั้งแต่ปี 2527 ส่งผลให้ปัจจุบันตลอดเส้นทางประมาณ 20 กม. มีผู้บุกรุก ดังนั้นช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่-สงขลา อาจแบ่งเป็น 3 สัญญา ได้แก่ ช่วงสุราษฎร์ธานี-ทุ่งสง, ช่วงทุ่งสง-หาดใหญ่ และช่วงหาดใหญ่-สงขลา เพื่อเริ่มงานในส่วนที่ไม่มีผู้บุกรุกไปก่อน ทั้งนี้เรื่องผู้บุกรุก รฟท. อยู่ระหว่างเร่งหาแนวทางเคลียร์ผู้บุกรุก จะแล้วเสร็จทันก่อนเริ่มก่อสร้าง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้โครงการรถไฟทางคู่ เฟสที่ 2 มีบางเส้นทางที่รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) หมดอายุแล้ว จะส่งผลต่อการเดินหน้าโครงการฯ หรือไม่ นายอนันต์ กล่าวว่า มี 2 เส้นทางที่อีไอเอหมดอายุ ได้แก่ ช่วงหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ และช่วงชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี ซึ่ง รฟท. หารือกับสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) แล้ว โดยให้ทบทวนอีไอเออีกครั้ง และให้ยืนยันกลับมาว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่กระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่ง รฟท.เสนอกลับไปยัง สผ. เพื่อพิจารณาแล้ว คาดว่าจะสามารถเดินหน้าโครงการฯ ต่อไปได้.