สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ เมื่อวันที่ 17 พ.ย. ว่า ข้อตกลงดังกล่าวมีขึ้นระหว่างที่ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน เดินทางเยือนกรุงเอเธนส์ ในช่วงเริ่มต้นของการเยือนยุโรป ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างการป้องกันประเทศและการจัดหาพลังงาน เนื่องจากประเทศกำลังเข้าสู่ฤดูหนาวอีกครั้ง ท่ามกลางการสู้รบกับรัสเซียที่ยาวนานเกือบ 4 ปี

กองทหารยูเครนที่อ่อนล้าและมีกำลังพลน้อยกว่า พยายามต่อต้านกองกำลังรัสเซีย ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างโจมตีโรงไฟฟ้าและโรงกลั่นน้ำมันของกันและกัน ขณะที่สงครามยังคงยืดเยื้อโดยไม่มีสัญญาณของการเจรจาสันติภาพ

WION

ทั้งนี้ บริษัท ดีปา คอมเมอร์เชียล ผู้ให้บริการก๊าซธรรมชาติของกรีซ และบริษัท นาฟโตก๊าซ ของยูเครน ประกาศข้อตกลงการจัดส่งแอลเอ็นจี ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2568 ถึงเดือน มี.ค. 2569 ภายหลังการพบหารือระหว่างเซเลนสกี กับนายกรัฐมนตรีคีเรียกอส มิตโซทาคิส ผู้นำกรีซ

“ข้อตกลงฉบับนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านพลังงานในภูมิภาค และความมั่นคงด้านพลังงานของยุโรป ซึ่งจะทำให้กรีซสามารถสนับสนุนยูเครน ท่ามกลางฤดูหนาวที่ยากลำบากได้” มิตโซทาคิส และเซเลนสกี กล่าวในแถลงการณ์ร่วม

นายกรัฐมนตรีคีเรียกอส มิตโซทาคิส ผู้นำกรีซ (ขวา) จับมือกับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน (ซ้าย)

ด้านมิตโซทาคิส กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสัมพันธ์ระหว่างกรีซกับยูเครน กำลังก้าวเข้าสู่มิติใหม่ที่สำคัญ นั่นคือ เส้นทางพลังงานใหม่ที่ปลอดภัย ซึ่งทอดยาวตั้งแต่เหนือจดใต้ จากกรีซถึงยูเครน พร้อมกับเสริมว่า ข้อตกลงนี้เป็นก้าวสำคัญสู่การเป็นอิสระทางพลังงานอย่างเด็ดขาด จากก๊าซธรรมชาติของรัสเซีย ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของยุโรป

ขณะเดียวกัน เซเลนสกีแสดงความขอบคุณต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ที่ทำให้ยูเครนได้รับก๊าซธรรมชาติจากกรีซ รวมถึงก๊าซธรรมชาติของสหรัฐผ่านทางกรีซ.

เครดิตภาพ : AFP