วันที่ 17 พ.ย. 68 ในตอนบ่าย ตามเวลาท้องถิ่นของสาธารณรัฐประชาชนจีน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ ล็อบบี โรงแรมไชนาเวิลด์ กรุงปักกิ่ง โรงแรมที่ประทับ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายวรพจน์ เจนสวัสดิชัย อัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง พร้อมด้วยคู่สมรส และข้าราชการสำนักงานทีมประเทศไทย ณ กรุงปักกิ่ง
เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทส่งเสด็จ ในโอกาสนี้ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พระสงฆ์ และประชาชนชาวไทยในกรุงปักกิ่ง เฝ้า
และเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทส่งเสด็จอย่างใกล้ชิด

จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปยังพิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณ ในการนี้ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายหวัง ซวี่ตง ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณ และผู้แทนพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวสาธารณรัฐประชาชนจีน กราบบังคมทูลรายงานความเป็นมาของการจัดนิทรรศการ “หมื่นมิ่งมงคลไชย สายสัมพันธ์นิรันดร: นิทรรศการโบราณวัตถุ ฉลอง 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน” เสร็จแล้วทอดพระเนตรนิทรรศการฯ รอบปฐมทัศน์

จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งเหวินหวา ทอดพระเนตรนิทรรศการ ประกอบด้วย ส่วนที่ 1 พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของประเทศไทยและการติดต่อระหว่างไทย-จีน ส่วนที่ 2 ความเชื่อและศาสนา ส่วนที่ 3 ศิลปะในราชสำนัก ส่วนที่ 4 ศิลปกรรมไทยประเพณีในปัจจุบัน

ทั้งนี้ นิทรรศการดังกล่าวโดยความร่วมมือระหว่างกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง มูลนิธิไทย กระทรวงการต่างประเทศ และพิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณ ร่วมกันเฉลิมฉลอง ปีทองแห่งมิตรภาพไทย-จีน ครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต นำเสนอสายสัมพันธ์ทางด้านศิลปวัฒนธรรมจีนในศิลปกรรมไทย และประชาสัมพันธ์เอกลักษณ์อันโดดเด่นของศิลปวัฒนธรรมไทย เพื่อเชิญชวนให้ชาวจีนเดินทางมายังประเทศไทยด้วยความเข้าใจในคุณค่าวัฒนธรรม มีเนื้อหา ประกอบด้วย พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของประเทศไทยและการติดต่อระหว่างไทย-จีน ความเชื่อและศาสนา ศิลปะในราชสำนัก และศิลปกรรมไทยประเพณีในปัจจุบัน 

สำหรับความพิเศษของนิทรรศการ “หมื่นมิ่งมงคลไชย สายสัมพันธ์นิรันดร : นิทรรศการโบราณวัตถุฉลอง 50  ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน” นับเป็นครั้งแรกที่กรมศิลปากรนำโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุชิ้นสำคัญของชาติไปจัดแสดง ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวนมากถึง 228  รายการ และฝ่ายพิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณ นำโบราณวัตถุชิ้นสำคัญมากกว่า 50 รายการ มาร่วมจัดแสดงด้วย มีทั้งหลักฐานทางประวัติศาสตร์จีน-สยาม และสินค้าที่ราชสำนักสยามนิยมสั่งผลิต สั่งซื้อมาตั้งแต่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ โดยพิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณ เปิดอาคารพระที่นั่งสำคัญของพระราชวังต้องห้าม คือ “พระที่นั่งเหวินหวา” ให้เป็นสถานที่จัดแสดงเป็นระยะเวลา 3 เดือน 

ส่วนโบราณวัตถุชิ้นสำคัญที่กรมศิลปากรนำไปจัดแสดง ได้แก่ “หม้อสามขา” ภาชนะดินเผายุคก่อนประวัติศาสตร์ จากแหล่งโบราณคดีบ้านเก่า จังหวัดกาญจนบุรี เป็นรูปแบบภาชนะที่พบในแหล่งโบราณคดีของจีนเช่นกัน “ชามเบญจรงค์ลายวรรณกรรมไซอิ๋ว” ที่สยามสั่งซื้อจากจีน จัดแสดงคู่กับ “ชามเบญจรงค์ลวดลายวรรณกรรมพระอภัยมณี” ซึ่งสยามสั่งซื้อชามจากจีนมาเขียนลวดลายที่นิยมเอง 

นอกจากนี้ ยังนำเครื่องทองจากกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะไปจัดแสดง ได้แก่ จุลมงกุฎ แผ่นทองรูปสัตว์มงคล แผ่นเงินดุนลายพระพุทธรูป เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งมรดกโลกพระนครศรีอยุธยา ในส่วนของศิลปะราชสำนัก เป็นครั้งแรกที่เรานำ “พระที่นั่งกง” สมัยรัชกาลที่ 5 ไปจัดแสดงนอกประเทศ ฝ่ายพิพิธภัณฑ์พระราชวังจึงได้นำฉากประดับพระที่นั่งของจักรพรรดิเฉียนหลงมาจัดแสดงร่วมกัน เสมือนการพบกันของราชสำนักสยามและราชสำนักจีนในนิทรรศการครั้งนี้ 

นอกจากนั้นยังได้นำผลงานสำนักช่างสิบหมู่ ได้แก่ เรือสุพรรณหงส์จำลอง ศีรษะโขน ผ้าม่านเรือพระราชพิธี ไปจัดแสดงให้ชาวจีนได้เห็นถึงการสืบทอดและสืบสานงานศิลปกรรมโบราณที่ยังดำเนินอยู่ถึงปัจจุบัน และเป็นการส่งเสริมประชาสัมพันธ์สินค้าหัตถกรรมไทยด้วยอีกทางหนึ่ง

สมควรแก่เวลา จึงประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปยังท่าอากาศยานนานาชาติกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อประทับเครื่องบินพระที่นั่งของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เที่ยวบินที่ ทีจี 8887 เสด็จพระราชดำเนินกลับไปยังประเทศไทย.