ตลอดระยะเวลา 5 วัน (วันที่ 13-17 พ.ย. 68) ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน อย่างเป็นทางการของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เป็นการกระชับสัมพันธมิตรไมตรีที่ใกล้ชิดระหว่างประเทศทั้งสองให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และเฉลิมฉลองการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ครบ 50 ปี


สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเคียงคู่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในสถานที่ต่างๆ ด้วยพระจริยวัตรอันงดงาม ประกอบกับฉลองพระองค์ที่ทรงสวมใส่ในโอกาสสำคัญ เป็นที่ชื่นชมจากพสกนิกรชาวจีนเป็นจำนวนมาก แม้อยู่ภายใต้ห้วงเวลาของการไว้ทุกข์ โทนสีสากลแห่งการถวายความอาลัย ถือเป็นหัวใจหลักของธีมของคอลเลกชันฉลองพระองค์ รวมทั้งสิ้น 9 องค์ ตัดเย็บด้วยผ้าไทย เต็มเปี่ยมไปด้วยรายละเอียดแฝงความหมายลึกซึ้ง เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมไทยจีนที่มีอย่างยาวนาน เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงท่าอากาศยานนานาชาติกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน
โดยลุคแรกของ ฉลองพระองค์เดรสยาวทรงโค้ต เรียบหรู สะท้อนรายละเอียดงานทอผ้าอย่างประณีต ในวันถัดมา ตรงกับหมายกำหนดการพิธีรับเสด็จอย่างเป็นทางการ ณ มหาศาลาประชาชน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ฉลองพระองค์ด้วย ชุดไทยอมรินทร์ ที่พัฒนาการออกแบบต่อยอดมาจากชุดไทยพระราชนิยม โดย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงออกแบบเพื่อให้เป็นชุดประจำชาติ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น “มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ”

เพจมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เผยข้อมูลฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ว่า ทรงฉลองพระองค์ชุดไทยพระราชนิยม งดงามด้วยผ้าไหมสีไพลิน และพระภูษาทรงไหมยกดอกลำพูนทอยกแล่งเงิน ถ่ายทอดเอกลักษณ์ผ้าไทยอันวิจิตรให้ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก พร้อมกันนั้น พระองค์ทรงเลือก “กระเป๋าทรงถือย่านลิเภา” ทรงครึ่งวงกลม สีดำแซมสีน้ำตาล สานประณีตบนโครงอันแข็งแรง ดอกไม้เงินประดับพลอยทัวร์มาลีนอย่างพอเหมาะ กระเป๋าใบงามนี้จึงมิได้เป็นเพียง “งานจักสาน” หากแต่เป็น งานศิลป์ ที่สะท้อนภูมิปัญญาไทยซึ่งสืบทอดมาอย่างยาวนาน
แม้แต่งานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำ ฉลองพระองค์ชุดไทยอมรินทร์ กลับมาเฉิดฉายอีกครั้ง พร้อมลวดลายปักผ้าและผ้าซิ่นทอลาย เคียงคู่กับสร้อยสังวาลย์ เครื่องประดับชนิดหนึ่งตามแบบไทยโบราณ และกระเป๋าทรงถือย่านลิเภา งานจักสานทรงเหลี่ยม สะท้อนคุณค่าทางวัฒนธรรม ซึ่งฉลองพระองค์ 2 องค์นี้ ตัดเย็บโดยห้องเสื้อพิจิตรา รังสรรค์ความงดงามอย่างพิถีพิถัน

ขณะเดียวกัน ในวันที่เสด็จพระราชดำเนินไปพิธีวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์วีรชน จตุรัสเทียนอันเหมิน กรุงปักกิ่ง ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติทางการทูตที่สำคัญในพิธีต้อนรับผู้นำต่างประเทศ เพื่อแสดงความเคารพต่อบทบาทของ “ผู้เสียสละเพื่อชาติ” ซึ่งจีนยกย่องเป็นรากฐานของความสงบสุขและความเจริญของประเทศ ดังนั้นฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จึงได้รับการออกแบบ เดรสทรงป้าย เพื่อแสดงความหมายของการให้เกียรติต่อประวัติศาสตร์และประชาชนจีน รวมทั้งแสดงถึงมิตรภาพของสองประเทศ
เช่นเดียวกับ ฉลองพระองค์เดรสแบบร่วมสมัย เมื่อครั้งเสด็จฯ ไปทรงสักการะพระศากยมุนีและพระบรมสารีริกธาตุ (พระเขี้ยวแก้ว) ณ วัดหลิงกวง ที่แม้ตัดเย็บด้วยผ้าพื้นเรียบ แต่ความมันวาวของเนื้อผ้า กลับเสริมแต่งให้ฉลองพระองค์งามสง่า อีกทั้ง ที่ศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์กรุงปักกิ่ง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงฉลองพระองค์ชุดสากลแมตช์กับกระเป๋าทรงถือตัดเย็บจากผ้าลายเดียวกัน ด้วยความมาดมั่นในบุคลิกของผู้หญิงยุคใหม่ ส่วนฉลองพระองค์เมื่อครั้งเสด็จฯ ไปทอดพระเนตรความก้าวหน้าศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีและทรัพยากรด้านการศึกษา แม้โครงสร้างชุดเดรสเรียบง่าย ทว่าสีสันไล่เฉดเทาเข้มกลางอ่อนไปจนถึงสีขาวตรงช่วงบนของชุด ช่วยเพิ่มมิติให้ฉลองพระองค์ชวนมอง

จากนั้น สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรสถานที่สำคัญต่าง ๆ ในกรุงปักกิ่ง ได้แก่ สถาบันเทคโนโลยีด้านอวกาศจีน ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมวิทยาศาสตร์นักบินอวกาศจีน ศูนย์ควบคุมการบินอวกาศกรุงปักกิ่ง ซึ่งอยู่ภายในเมืองอวกาศกรุงปักกิ่ง ทรงโดดเด่นด้วย ฉลองพระองค์ชุดสากลล้ำสมัย ขณะที่ ฉลองพระองค์โค้ต เข้าชุดกับพระมาลาในวันที่เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรพิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณและพระที่นั่งเหวินหวา ก่อนเสด็จฯ กลับประเทศไทย เข้ากับอากาศหนาวเย็นของกรุงปักกิ่งอย่างลงตัว
กลายเป็นที่มาของกระแสไวรัลคอลเลกชันฉลองพระองค์ฟีเวอร์ในหมู่ชาวจีน เฝ้าติดตามพระราชกรณียกิจในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสถานที่ต่างๆ ผ่านโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะ Weibo, Wechat และ Douyin ที่มีผู้ติดตามนับล้านคน ด้วยความปลื้มปีติในพระสิริโฉมและพระจริยวัตรของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ต่างพากันศึกษาค้นคว้ารูปแบบของฉลองพระองค์แบบต่างๆ เต็มเปี่ยมด้วยอัตลักษณ์ไทยงานหัตถศิลป์อันทรงคุณค่า และยกย่อง “พระองค์ทรงเป็นตัวแทนความสง่างามแบบตะวันออกที่แท้จริง” เป็นที่ประจักษ์แก่ชาวโลกผ่านฉลองพระองค์อย่างกว้างขวาง ยังเชื่อมความสัมพันธไมตรีไทยจีนในทุกมิติ
