กรมพลศึกษา โดยสำนักการกีฬา ได้บรรลุผลสำเร็จตามพันธกิจหลักในการส่งเสริมและพัฒนากีฬาขั้นพื้นฐานและกีฬาเพื่อมวลชนอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างโอกาสที่เท่าเทียมและทั่วถึงในการเข้าถึงการเล่นกีฬาให้กับประชาชนทุกเพศทุกวัย รวมถึงคนพิการและผู้ด้อยโอกาส ตลอดจนมุ่งพัฒนาศักยภาพนักกีฬาระดับนักเรียนให้สามารถต่อยอดสู่การแข่งขันในระดับภูมิภาคและนานาชาติ อันเป็นการยกระดับมาตรฐานกีฬาของประเทศอย่างยั่งยืน




ในการดำเนินงานด้านการเสริมสร้างกีฬาขั้นพื้นฐานและการจัดการแข่งขัน กรมพลศึกษาให้ความสำคัญสูงสุดกับการแก้ไขปัญหาทางสังคมผ่านการกีฬา โดยเฉพาะ โครงการเด็กไทยว่ายน้ำได้ ซึ่งมุ่งเน้นการฝึกทักษะว่ายน้ำเพื่อป้องกันการจมน้ำและการเอาชีวิตรอดให้กับเด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 6–14 ปี ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาระดับชาติที่พบว่า ในช่วงปี 2562 – 2566 มีเด็กไทยเสียชีวิตจากการจมน้ำสูงถึง 3,057 คน เฉลี่ยปีละ 611 คน การฝึกอบรมหลักสูตร 16 ชั่วโมง ประกอบด้วยภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้น ส่งผลให้มีเด็กและเยาวชนเข้าร่วมโครงการระหว่างปี 2564 – 2568 รวมทั้งสิ้น 55,763 คน ซึ่งเป็นการสร้างความมั่นคงด้านทักษะชีวิตอย่างมีนัยสำคัญ



นอกจากนี้กรมพลศึกษายังคงเป็นกลไกหลักในการพัฒนานักกีฬา นักเรียน และเยาวชนผ่าน โครงการจัดการแข่งขันกีฬานักเรียน นักศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 44 ประจำปี 2568 “ขอนแก่นเกมส์” ซึ่งเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษาทั่วประเทศที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ได้ประลองฝีมือใน 26 ชนิดกีฬา โดยมีเจ้าหน้าที่และนักกีฬาจาก 10 เขตเข้าร่วมรวม 7,014 คน การแข่งขันดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการสร้างแรงบันดาลใจและคัดเลือกนักกีฬาเพื่อพัฒนาสู่ระดับที่สูงขึ้นเท่านั้น แต่ยังได้สร้างสถิติใหม่ถึง 15 รายการ จาก 3 ชนิดกีฬา ได้แก่ กรีฑา กีฬายกน้ำหนัก และกีฬาว่ายน้ำ ซึ่งเป็นการยืนยันถึงมาตรฐานการแข่งขันที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยิ่งไปกว่านั้น การจัดการแข่งขันในครั้งนี้ยังได้สร้างผลกระทบเชิงบวกทางเศรษฐกิจ โดยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวม 317 ล้านบาท มีเงินหมุนเวียนในพื้นที่ 124 ล้านบาท และมีการจ้างงานโดยตรงจำนวน 411 คน




สำหรับการส่งเสริมกีฬาเพื่อมวลชนและการพัฒนาสุขภาวะของประชาชนในทุกช่วงวัย กรมพลศึกษาได้จัดการแข่งขัน กีฬาและนันทนาการผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 17 ประจำปี 2568 “โคราชเกมส์” ณ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมุ่งเน้นให้ผู้สูงอายุทั่วประเทศได้เข้าร่วมกิจกรรมกีฬาและนันทนาการเพื่อพัฒนาสุขภาพกาย จิตใจ และอารมณ์ให้แข็งแรงสมบูรณ์ การจัดการแข่งขันเน้นการมีส่วนร่วม ความสุข มิตรภาพ และการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา โดยมีผู้เข้าร่วม (นักกีฬาและเจ้าหน้าที่) รวมกว่า 5,700 คน ทั้งนี้ “โคราชเกมส์” สามารถสร้างมูลค่าเศรษฐกิจจากการจัดงานได้ถึง 175 ล้านบาท มีเงินหมุนเวียน 68 ล้านบาท และสร้างการจ้างงาน 227 คน



กรมพลศึกษายังคงขยายผลการดำเนินงานไปยังกลุ่มผู้ด้อยโอกาสและกลุ่มเฉพาะทาง โดยมีการส่งเสริมและพัฒนากีฬาสำหรับนักเรียนคนพิการและบุคคลพิเศษ รวมถึงการจัดการแข่งขันกีฬานักเรียนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมกีฬาเพื่อความมั่นคงและสันติสุข ผ่านโครงการจัดการแข่งขันกีฬาและการออกกำลังกายเพื่อสันติสุขในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา และการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมผ่าน โครงการมวยไทยพลังแห่งการขับเคลื่อนสุขภาพและเศรษฐกิจของชาติ ซึ่งเป็นการบูรณาการด้านกีฬา ศิลปวัฒนธรรม และการสร้างสรรค์มูลค่าทางเศรษฐกิจไปพร้อมกัน



