เมื่อวันที่ 20 พ.ย.68 นายนิทัศน์ นุ่นสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี พร้อม นายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน นายฉลอง ทองสงฆ์ ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน หัวหน้าศูนย์เฝ้าระวังและผลักดันช้างป่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ฯ เจ้าหน้าที่ชุดเฝ้าระวังและผลักดันช้าง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจทัพพระยาเสือ เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลป่าเด็ง เจ้าหน้าที่ศูนย์ประสานงานโครงการตามพระราชประสงค์หมู่บ้านสหกรณ์ ตำบลป่าเด็ง จังหวัดเพชรบุรี กำนันตำบลป่าเด็ง ฝ่ายปกครองท้องถิ่น เจ้าหน้าที่สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า wcs ประเทศไทย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ย่อยตำบลป่าเด็ง และเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาหนองพลับ ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุช้างป่าตาย บริเวณหมู่ 3 ตำบลป่าเด็ง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี พบซากช้างป่า ในไร่ของชายวัย 73 ปี บ้านเลขที่ 80 หมู่ 3 ตำบลป่าเด็ง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี คณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุเป็นไร่ของชาวบ้านในพื้นที่ ตำบลป่าเด็ง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งอยู่นอกเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
เจ้าของไร่เป็นชายอายุ 73 ปี ได้ใช้ลวดจำนวน 5 เส้น ขึงไฟฟ้ารอบไร่ เพื่อป้องกันวัวเข้ามากินพืชไร่ จากการตรวจสอบ พบช้างป่าถูกกระแสไฟฟ้าช็อตตาย 1 ตัว พบเป็นช้างป่า สีดอ อายุประมาณ 15 ปี หนักประมาณ 3 ตัน ในสภาพงวงถูกกระแสไฟฟ้าช็อตจนตาย ลักษณะเหมือนชักเกร็ง ขาหลังเหยียดตรง มีรอยไหม้บริเวณผิวหนัง และมีลวดพันอยู่บริเวณขาหลังข้างขวาและพาดลำตัวอยู่ คาดว่าตายเมื่อคืน นายสัตวแพทย์ได้ทำการผ่าชันสูตร และได้ลงความเห็นว่าสาเหตุการตายเกิดจากไฟปศุสัตว์การเกษตรช็อตตาย พร้อมเก็บตัวอย่างอาหารในกระเพาะเพื่อส่งวิเคราะห์หาสาเหตุเพิ่มเติม

สอบสวนเจ้าของไร่ อายุ 73 ปี ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ เมื่อเวลาประมาณ 08.00 น. กำลังจะลงมาฉีดยาที่สวน แต่เมื่อเดินมาถึงท้ายสวนพบว่ามีช้างป่านอนตายอยู่ จึงได้โทรแจ้งไปยังกำนันบุญลือ มั่งมี กำนันตำบลป่าเด็ง และแจ้งเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เข้าตรวจสอบ

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาความผิดตาม พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มาตรา 12 ห้ามมิให้ผู้ใดล่าสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง ประกอบ มาตรา 89 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี ปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ
มาตรา 13 ผู้ใดล่าสัตว์ป่าที่เป็นการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ด้วยความจำเป็น และภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้ ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ (1) เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นพ้นจากอันตราย หรือเพื่อสงวนหรือรักษาไว้ซึ่งทรัพย์สินของตนเอง หรือผู้อื่น และ (2) การล่านั้นได้กระทำพอสมควรแก่เหตุผู้กระทำตามวรรคหนึ่งต้องไม่เคลื่อนย้ายสัตว์ป่าหรือซากสัตว์ป่าที่ถูกล่านั้น เว้นแต่กรณีมีความจำเป็น และต้องแจ้งเหตุที่ได้ล่าหรือเคลื่อนย้ายสัตว์ป่านั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือพนักงานสอบสวนแห่งท้องที่ทราบโดยพลัน ในกรณีเช่นว่านี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ร่วมกับพนักงานสอบสวนดำเนินการตรวจสอบเหตุแห่งการล่าหรือเคลื่อนย้ายสัตว์ป่าโดยเร็ว และให้ดำเนินการแก่สัตว์ป่าหรือซากสัตว์ป่านั้นตามระเบียบที่อธิบดีกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ และพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ พ.ศ. 2557 มาตรา 20 ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการอันเป็นทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุอันสมควร ดำเนินคดีต่อไป.






