ต้องยกให้เป็นว่าที่คุณพ่อคุณแม่ที่ถูกจับตามองมากที่สุด สำหรับพระเอกหนุ่มติสต์ “อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม” ที่ควงภรรยาคนสวย “แนต-ณิชชา ธนลงกรณ์” ผู้ก่อตั้งแบรนด์ My Only Sunshine มาอัปเดตชีวิตคู่และเบบี๋ในครรภ์ ในงาน My Only Sunshine X Ladliprang เปิดตัว “Country Club Collection” ต้อนรับฤดูกาลแห่งสายลมเย็น
หลังจากจบงาน คุณแม่แนตได้ควง อนันดา มาร่วมเปิดใจกับสื่อมวลชน พร้อมอัปเดตครรภ์ที่ใกล้คลอดในต้นปีหน้า โดย แนต เผยว่า
“ตอนนี้ก็ 7 เดือนแล้วค่ะ ก่อนหน้านี้แนตทำงานเยอะ มีอาการท้องแข็ง คุณหมออยากให้พัก วันนี้ก็บอกให้เอารถเข็นมาด้วย ตอนนี้ก็ยังไม่ได้นั่งรถเข็นเลย (หัวเราะ) เดินทั้งงานเลย แนตรู้สึกโอเค แข็งแรงดี ก็เร็วๆ นี้ เฉลยเพศอีกไม่กี่วัน แนตรู้เพศลูกแล้ว แต่ตัวเขา (อนันดา) เท่าที่แนตฟังตอนแรกคิดว่าเขาอยากได้ผู้หญิง แต่พอคุยกันก็เหมือนได้หมด เป็นผู้ชายก็จะได้วิ่งเล่นกับเขาได้ แล้วเขาก็จะรู้ว่าต้องเลี้ยงยังไง แต่ถ้าเกิดเป็นผู้หญิง เขาบอกว่าที่รัก เอาจริงๆ ถ้าเป็นผู้หญิง เครียดมากเลย ไอไม่อยากให้ลูกมีแฟนจนถึงอายุ 18 เลย ถ้า 30 ไอก็จะเครียดถ้าเกิดลูกมีแฟน ห๊ะ! 30 เลยเหรอ”
อนันดา เผยว่า “ถามความรู้สึกยังไม่คุ้นเลย แด๊ดดี้ ตอนแรกเราไม่เคยคิดจะมีลูก แต่งงานไปแล้วก็ยังไม่คิดว่าจะมีวันนี้ แต่เราเคยคุยกันว่า สมมุติมันเกิดขึ้นอยากให้เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ผมก็จะพูดมาตลอด อยากให้เป็นผู้หญิง เราแค่คิดว่ามีน้องชายอยู่ 3 คน ถ้ามีผู้หญิงสักคนก็ดี พอมาถึงจุดนี้มันไม่สำคัญแล้ว ถ้าเป็นผู้หญิงก็มีข้อดีของผู้หญิง แต่ถ้าเป็นผู้ชายก็มีข้อดีของผู้ชาย ผมโอเคมันได้หมด แต่พอคิดเอาจริง มันแบบมีผู้ชายมาที่บ้าน เรารับไม่ได้ พอเราคิดจริงๆ ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ต้องผ่านด่านพ่อก่อนครับ”

แนต เผยต่อว่า “ถ้าหนูมีลูกสาวก็จะเป็นห่วงลูกเลย แล้วก็เป็นห่วงแฟนในอนาคตของลูกด้วย (หัวเราะ) เขาก็จะแบบ ไอไม่อยากให้ลูกมีแฟนเลย เราก็โอ้โห สติ๊กกว่าหนูอีก จริงๆ แนตได้หมด อย่างที่พี่อนันดาพูด มันก็มีข้อดีทั้งสองเพศ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อยากให้เขาเป็นคนดี เพศไหนก็ได้เหมือนกันหมดเลย ก็ขอให้เขาแข็งแรง เป็นคนดีของสังคม สามีจะเป็นพ่อแล้ว เขาดูแลดีนะว่าไม่ได้ เขาดูแลดีจริงๆ ก่อนหน้านี้แนตจะมีแฟมิลี่ทริปกับครอบครัว พอดีเขาจะไปขึ้นเขากันก่อน แนตก็บอกหรือเราจะค่อยบินตามไปมั้ย เพราะว่าจะได้ไม่ต้องอยู่ในเมืองคนเดียว เขาก็มาบอก ที่รัก บินไปคนเดียวไม่ได้นะ เขาจะบินไปส่งแล้วก็บินกลับ ซึ่งไม่ปกติ ตั้งแต่คบกันมา ไปรับไปส่งไม่เคย ต่างคนต่างไปเองเจอกัน แต่อันนี้เขาจะบินไปส่ง สุดท้ายเราก็เลยคุยกับครอบครัวว่างั้นเราบินไปพร้อมกันแล้วกัน เขาจะได้ไม่ต้องบินไปบินมา”
อนันดา เผยต่อว่า “เตรียมรับขวัญลูกของเต็มห้องเลย แน่นเลย เพราะมันมีทั้งสปอนเซอร์ ทั้งครอบครัวให้ของเยอะมาก เต็มห้องเลยตอนนี้ ตกใจเลย เด็กมันต้องใช้ของเยอะอย่างนี้เลยเหรอ แปลกมาก คือเพิ่งรู้ของใช้ของเด็กนี่แพงมาก โคตรแพงเลย ตกใจเลย ผมคิดว่ามาถึงจุดนี้เหมือนเราจะรู้แล้วว่าความรู้สึกของการเป็นพ่อมันเป็นยังไง แต่เอาจริงๆ ตอนนี้ก็ยังไม่รู้ ยังคุยกันอยู่สองคนว่า ที่รัก เราจะเป็นพ่อแม่ยังไงกัน แผนมีหมดเรารู้หมดทุกอย่าง แต่ความรู้สึกของตัวเราที่จะเป็นพ่อคนมันเหมือนยังไม่ตกผลึก ยังนึกไม่ออก เรื่องการดูแลเลี้ยงดูไม่ห่วงเลย ศักยภาพตรงนี้เราเชื่อว่าทั้งแนตกับผมนี่คือเหลือเฟือ แล้วก็มีครอบครัวใหญ่ทุกคน พร้อมที่จะช่วยดูแลอยู่แล้ว แต่ความรู้สึกว่าแบบอยู่ดีๆ เราจะเป็นพ่อเนี่ย เราไม่เคยคิดมาในชีวิตเลยไง มันก็เลยแบบพอยิ่งใกล้ ผมก็รอให้วันนั้นมันเกิดขึ้น อาจจะต้องเห็นตัวเขาหรือเปล่าอันนี้ไม่แน่ใจ ถ้าเห็นลูกแล้ว ผมน้ำตาแตกอยู่แล้ว เป็นคนดูหนังร้องไห้ ต่อมน้ำตามา”
(เข้าห้องคลอดด้วยมั้ย?) “มันจะน่ากลัวปะ คือเราอยู่ตรงนั้นเลยหรอ ไปๆๆๆ มันมีอะไรแปลกๆ หลายอย่าง เอาจริงๆ เรารู้ว่าต้องทำอะไร แต่ความรู้สึกที่เราพูดถึงมันอาจจะยังไม่ได้ย่อยมั้ง พ่อถามมาผมก็ยังงงๆ อยู่นิดๆ เหมือนจับท้อง บางทีเขาเตะหรือเขาดิ้น ผมก็จะเฮ้ยนี่มีอะไรอยู่ในท้อง (หัวเราะ) แปลกเนาะ เคยเห็นพวกมีมที่แบบพอลูกดิ้น แม่บอก พ่อๆ ลูกดิ้นแล้ว แต่พอพ่อมาถึง มันนิ่งเลย มันเป็นอย่างนั้น (หัวเราะ)”

แนต เผยอีกว่า “แต่เบบี๋ตอบสนองกับเขาเยอะ เขาอ่านนิทานให้ฟัง ตั้งแต่เขาเริ่มอ่านมาเป็นอาทิตย์หรือคุยด้วยบ่อยๆ พอทุกครั้งที่ได้ยินเสียงพ่อ เขาจะเตะ แต่พอพ่อจับปุ๊บก็จะหยุด เอาจริงๆ นะคะ แนตยังไม่มีเวลาตื่นเต้นเลย ตอนนี้แนตพยายามเมเนจเคลียร์งานทุกอย่างให้เสร็จสิ้นปีนี้ เพราะว่าแนตคลอดต้นปีหน้า แนตก็ตั้งใจจะพักแล้ว มกราฯ ก็ตั้งใจว่าจะลาคลอด ตอนนี้แนตกำลังเคลียร์งานทุกสิ่งทุกอย่าง 26 พ.ย. ก็ยังมีงานแฟชั่นโชว์อีกงานหนึ่ง แต่แนตก็พยายามดูแลตัวเองอยู่ อย่างอาหารก็มีนักโภชนาการให้คอยถ่ายรูปให้ดูทุกวิน กินโปรตีนให้ครบ กินอาหารให้ตรงเวลา อย่างกับน้อง แนตก็พยายามให้ฟังเพลง เปิดบทสวดมนต์ให้ฟังทุกคืน เรารู้ว่าเอ็นเนอร์จี้เรามันสูงก็พยายามจะสโลว์ดาวน์”
อนันดา เผยอีกว่า “เขาอยู่นิ่งไม่เป็นหรอก ผมว่าถ้าเขาอยู่นิ่งเขาจะเครียด อึดอัด ผมว่าเป็นอย่างนี้แหละเป็นตัวของตัวเองไป ก็แค่ระวังเรื่องร่างกาย ก็คุยกับหมออะไรที่ทำได้ก็ทำไป ถ้าจะให้เขานอนอยู่บ้านเฉยๆ เป็นไปไม่ได้ เชื่อมั้ยผมว่าคลอดมาแป๊บเดียวก็กลับไปทำงาน หมอเขาบอกให้ชิลชิล แต่ผมเห็นเดินๆ ไปนู่นนี่ เตือนเขาให้รีแลกซ์หน่อย เพราะเขาต้องดูแลทุกดีเทลเอง เราก็จะต้องคอยบอกให้รีแลกซ์”

แนต เล่าต่อว่า “ฤกษ์คลอดเราก็เพิ่งรู้ หมอจะให้ไทม์มิ่งมา สมมุติถึงกำหนดคลอดได้ช่วงนี้ถึงช่วงนี้ แล้วเราก็สามารถจะเลือกวันได้แค่ช่วงนั้น แนตก็ดูไว้เกือบทุกวันเลยให้เยอะ แนตขอแก้ข่าว ตอนแรกที่ข่าวออกไปว่าท้อง เขาก็พูดถึงเยอะมาก จะมีคนโทรฯ มาถาม แก พี่อนันดาบอกว่าครั้งเดียวติดเลย ไหว้ที่ไหน คนถามแนตเยอะมาก แนตไม่ได้บนเลย อย่างที่เราครั้งเดียวติดเนี่ย แนตก็ยังตกใจอยู่เหมือนกัน ก็คือจริงๆ แนตก็ขอพรพระที่เป็นพ่อบุญธรรมที่เป็นพระ แล้วท่านก็ให้น้ำมนต์มากิน เป็นฤกษ์เป็นชัย ก็คล้ายๆ ขอพรแม่ วันที่แนตไปใส่ลูก แม่ก็เอาสร้อยทองมาใส่ให้ เขาบอกว่าตอนที่คุณแม่ท้องแนต คุณยายก็มาใส่สายสิญจน์ให้ แล้ววันที่แนตใส่ลูก แม่ก็มาใส่สร้อยทองให้เหมือนกัน แนตรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่อบอุ่นใจมากกว่า ไม่ได้ไปบนบาน”
อนันดา เผยทิ้งท้ายว่า “สมัยนี้เขาแทบจะเลือกเป็นนาทีวินาทีได้ เราดูหมดทุกอย่าง ทุกหมอ ทุกศาสตร์ ดูให้หมดไม่มู เมียผมไม่มู”



ขอบคุณภาพจาก : nichath



