นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สส.เพชรบุ รีเขต 1 พรรครวมไทยสร้างชาติ ร่วมกับ นายประวิทย์ เครือทรัพย์ ผู้บริหาร บริษัท เพชรบุรี ไทยดีเสิร์ท จำกัด เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบุรี เข้าพบนายนพดล เตี้ยบำรุงญาติ กรรมการผู้จัดการฝ่ายภาคพื้นของบริษัทการบินไทยจำกัด(มหาชน) เพื่อนำร่องนำขนมหม้อแกง ของลุงอเนกขนมหวานเมืองเพ็ชร ที่เป็นของดีขึ้นชื่อของเมืองเพชรมานำเสนอกับทางการบินไทย เพื่อให้เป็นอาหารรับรองในเลานจ์การบินไทย ซึ่งตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการ ถือเป็นการส่งเสริม สินค้าประจำจังหวัดเพชรบุรี และเป็น soft power ของจังหวัดเพชรบุรี เพื่อยกระดับไปไกลถึงต่างประเทศ อีกทั้งตอนนี้ขนมหม้อแกงของจังหวัดเพชรบุรี มีมาตราฐานและมีวางจำหน่ายในเซเว่นอีเลฟเว่น ถือว่าเป็นก้าวหนึ่งของขนมหม้อแกง ที่จะทำให้นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติได้ชิมอาหารของดีเมืองเพชรและได้รู้จักจังหวัดเพชรบุรีมากยิ่งขึ้น

นายประวิทย์ เปิดเผยว่า วันนี้มีโอกาสได้เข้าร่วมประชุมกับ ท่านนพดล พร้อมทีมงาน เพื่อพูดคุยถึงแนวทางการนำ “ขนมหม้อแกงเพชรบุรี” เข้าสู่พื้นที่รับรองของการบินไทย โดยเฉพาะใน เลานจ์การบินไทย และในอนาคตอันใกล้ อาจได้ขยับไปสู่การให้บริการบนเที่ยวบินของการบินไทยด้วย นี่ไม่ใช่แค่การนำขนมไปวาง แต่คือการนำตัวตนของเพชรบุรีไปอยู่ในประสบการณ์การเดินทางของผู้คนจากทั่วโลก 

หนึ่งในแรงผลักดันที่สำคัญที่สุดของโครงการนี้ คือ สส.กระแต – ธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี ที่เล็งเห็นคุณค่าของของดีบ้านเรา และมีความตั้งใจจริงที่จะ “รวบรวม SME เมืองเพชร” ให้มีพื้นที่ มีโอกาส และมีเวทีในการแสดงศักยภาพ พี่กระแตไม่ได้เพียงแค่มาร่วมประชุม แต่เป็นผู้ที่สร้างสะพานเชื่อมระหว่างท้องถิ่นกับองค์กรระดับประเทศ และพูดเสมอว่า “เพชรบุรีมีของดี ต้องเอาไปให้โลกเห็น” นี่คือพลังของนักการเมืองท้องถิ่นที่คิดเพื่อบ้านเกิดอย่างแท้จริง 

เป้าหมายของการพูดคุยในครั้งนี้ ไม่ได้มองเพียงเรื่องการค้าขายหรือกำไรทางธุรกิจเท่านั้น แต่เป็นการวางรากฐานให้ “ขนมหม้อแกงเมืองเพชร” กลายเป็นหนึ่งในตัวแทนของ Soft Power จังหวัดเพชรบุรี และสอดคล้องกับการเป็น “เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของยูเนสโก (UNESCO Creative City of Gastronomy)” อย่างแท้จริง เพราะเมื่อวันหนึ่งนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศได้ชิมขนมหม้อแกงในเลานจ์ หรือบนเครื่องบิน เขาจะไม่ได้จดจำแค่รสชาติ…แต่จะจดจำชื่อ “เพชรบุรี” ติดอยู่ในใจด้วย หนึ่งคำอร่อย เท่ากับหนึ่งเรื่องราวของเมือง 

ในมุมของมาตรฐาน โรงงานลุงเอนกขนมหวานเมืองเพชรมีความพร้อมในระดับอุตสาหกรรมอยู่แล้ว ทั้งมาตรฐาน อย., ฮาลาล, GMP และ HACCP รวมถึงผ่านการผลิตและจัดจำหน่ายใน ร้านเซเว่นอีเลฟเว่นทั่วประเทศ มาแล้ว ซึ่งถือเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่า ขนมหม้อแกงของเพชรบุรีสามารถยืนอยู่ในระบบมาตรฐานสากลได้จริง สิ่งที่ต้องทำในขั้นต่อไป คือการปรับขนาด รูปแบบบรรจุภัณฑ์ รูปทรง และภาพลักษณ์ของสินค้าให้เหมาะสมกับบริการของการบินไทย รวมถึงแนวคิดในการออกแบบโลโก้แบบ Collaboration ระหว่าง การบินไทย × โรงงานลุงเอนก เพื่อสร้างความหมายใหม่ให้กับขนมพื้นบ้านในบริบทสากล นี่คือการยกระดับจาก “ขนมบ้าน ๆ” ให้กลายเป็น “สินค้าประจำชาติ” อย่างแท้จริง 

ระหว่างการประชุม ได้รับคำแนะนำมากมายจากทีมผู้บริหารของการบินไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเหมาะสมของรสชาติ ความสะดวกในการรับประทานบนเครื่อง การขนส่ง การเก็บรักษา รวมถึงภาพลักษณ์โดยรวม ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ใช่ข้อจำกัด แต่คือ “คำแนะนำที่มีค่า” ที่จะช่วยให้ขนมหม้อแกงของเพชรบุรีพัฒนาไปอีกขั้น และเตรียมความพร้อมสำหรับการนำเสนอในรอบต่อไป ทุกคำแนะนำ คือบันไดหนึ่งขั้นของความฝัน 

สิ่งที่ชัดเจนที่สุดในวันนี้ คือภาพของ “ความร่วมมือ” ระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ และชุมชนท้องถิ่น ที่กำลังเดินไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ใช่เพื่อใครคนหนึ่ง ไม่ใช่เพื่อโรงงานใดโรงงานหนึ่ง แต่มันเป็นการปูทางให้ ผู้ประกอบการ SME ทั้งจังหวัดเพชรบุรี เห็นว่า ถ้าของเรามีคุณภาพจริง เราก็มีสิทธิ์ยืนอยู่ในเวทีระดับประเทศและระดับโลกได้เช่นกัน นี่คือความหวังที่จับต้องได้ของคนตัวเล็ก ๆ ในบ้านเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ 

นายประวิทย์ เปิดเผยต่อว่า วันนี้อาจจะยังเป็น “ก้าวแรก” แต่เป็นก้าวแรกที่แข็งแรง และเต็มไปด้วยโอกาส ในอนาคต ขนมจากเพชรบุรีไม่ได้มีแค่หม้อแกงเท่านั้น แต่ยังมีขนมหวานไทยอีกหลากหลายชนิดที่พร้อมจะออกเดินทางไปพร้อมกับเครื่องบินของการบินไทย เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของแผ่นดินตาลโตนด เรื่องราวของน้ำใจคนเมืองเพชร และเรื่องราวของวัฒนธรรมอาหารไทยให้คนทั่วโลกได้รู้จักมากยิ่งขึ้น เพชรบุรีไม่ใช่แค่ทางผ่าน…แต่กำลังกลายเป็นจุดหมายของความทรงจำบนท้องฟ้าอีกด้วย