เมื่อวันที่ 23 พ.ย.68 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านปากอูน หมู่ 4 ต.ศรีสงคราม อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม เพื่อแสดงความเสียใจกับญาติของ น.ส.กิ๊ก (นามสมมุติ) อายุ 32 ปี ที่เสียชีวิตสภาพเปลือยกายท่อนล่าง ในรีสอร์ทแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลตำบลศรีสงคราม โดยตั้งบำเพ็ญกุศลศพอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าว

สอบถาม นางรวม อายุ 58 ปี แม่ผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ลูกสาวพิการขาซ้ายแต่กำเนิด จึงเดินขากะเผลกแต่ก็ได้แต่งงานมีลูกชาย 1 คน ตอนนี้อายุ 8 ขวบ ปัจจุบันได้เลิกรากับสามี ก็ไม่ได้มีครอบครัวใหม่ อีกอย่างลูกสาวตนมีโรคประจำตัวสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรงด้วย เช่น หัวใจโต น้ำท่วมปอด แต่ระยะหลังไม่ค่อยรู้ว่าเขาไปไหนมาไหนอย่างไร

นางรวม เผยอีกว่า สำหรับการเสียชีวิตของลูก ส่วนหนึ่งอาจมาจากโรคประจำตัว อีกอย่างเขาไม่ชอบกินยาด้วย ซึ่งขณะนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีสงคราม ได้มาสอบถามว่าติดใจการเสียชีวิตของลูกหรือเปล่า ตนก็ได้โวยวายขึ้นไป ว่า “ใครก็เอาร่างลูกสาวตนออกจากบ้านไม่ได้” และไม่ให้เอาร่างไปผ่าพิสูจน์ เพราะสงสารกลัวเขาเจ็บ อีกอย่างเชื่อว่าการเสียชีวิตของลูกสาว ส่วนหนึ่งมาจากโรคประจำตัว บวกกับเสพยาบ้าทำให้เกิดอาการช็อกจนเสียชีวิต

โดยคดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 เวลาประมาณ 16.30 น. ร.ต.อ.พรชัย ดลรัศมี รอง สว.(สอบสวน) สภ.ศรีสงคราม ได้รับแจ้งจากเจ้าของรีสอร์ทแห่งหนึ่ง ในเขตเทศบาลตำบลศรีสงคราม ว่า มีผู้เสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุในห้องพัก จึงประสานแพทย์เวรโรงพยาบาลศรีสงคราม เจ้าหน้าที่กู้ภัยสายธารสะพานบุญ และกู้ภัยศรีสัตตนครพนมจุดศรีสงคราม พร้อมรถพยาบาลออกตรวจสอบ พบผู้เสียชีวิตเป็นเพศหญิง ในลักษณะนอนตะแคงซ้าย หน้าคว่ำอยู่บนที่นอน ท่อนร่างเปลือยเปล่า ที่ปลายเตียงมีอุปกรณ์การเสพยาบ้า ส่วนบนโต๊ะข้างเตียงมียาบ้าวางอยู่ 3 เม็ด จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ตรวจรอบห้องทั้งภายในภายนอกไม่พบร่องรอยการต่อสู้ มีเพียงรถจักรยาน 1 คันอยู่จอด สันนิษฐานว่าเสียชีวิตมาไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง และทราบต่อมาว่าผู้ตายชื่อ น.ส.กิ๊ก มีบ้านอยู่ไม่ไกลจากรีสอร์ทมากนัก จึงติดต่อญาติให้เดินทางมาดูศพ และไม่ติดใจในการเสียชีวิต จึงขอศพไปบำเพ็ญกุศลตามศาสนาที่บ้าน

จากการสอบถามนางขวัญใจ อายุ 59 ปี แม่บ้านดูแลรีสอร์ทที่เกิดเหตุ เล่าว่า น.ส.กิ๊ก จะมานอนที่รีสอร์ทนี้บ่อยๆ โดยจะมีผู้ชายเป็นคนเปิดห้องแบบพักค้างคืนเสมอ ก่อนกลายเป็นศพเย็นวันที่ 21 พฤศจิกายน ผู้ชายก็มาเปิดห้องแล้วสักพัก น.ส.กิ๊กก็ปั่นจักรยานมาหา จากนั้นก็ไม่ได้ออกมาอีกเลย จนกระทั่งถึงเวลาประมาณ 11.00 น. วันที่ 22 พฤศจิกายน ครบกำหนดเวลาที่ต้องออกจากห้องพักแล้ว จึงให้ลูกเขยเดินไปเคาะห้อง แต่เห็นว่าประตูไม่ได้ล็อก ก็เปิดชะโงกหน้าดูเห็นผู้หญิงนอนอยู่บนเตียงคนเดียว คิดว่าเขาคงเพลียจึงไม่ได้ปลุก เพราะเป็นลูกค้าประจำรีสอร์ท กระทั่งถึงเวลาบ่ายสี่โมง ก็ยังไม่เห็นผู้หญิงออกมา ส่วนผู้ชายออกไปตอนไหนไม่เห็นจริงๆ จึงเดินไปปลุกโดยการเขย่าแขน แต่พอจับแขนก็รู้สึกว่าแข็งแล้ว จึงรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว ซึ่งจากการตรวจสอบชายคนดังกล่าว เป็นหนุ่มในหมู่บ้านเดียวกันแต่คนละหมู่เท่านั้น หลังพบศพได้หายไปจากชุมชน ตำรวจสายสืบกำลังติดตามตัวมาสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป