ในขณะที่ไทยเราอยากสวนกระแสด้วยการยืดอายุการทำงานออกไปจนถึง 65–70 ปี โดยอ้างเรื่องเศรษฐกิจ

ยุคนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายเหล่า HR ในการบริหารคนต่าง Gen ทั้ง Gen X Gen Y และ Gen Z โดยเฉพาะ Gen Z ที่เกิดปี 1997–2012 คนรุ่นนี้ชุดแรกได้เข้าสู่สังคมการทำงานแล้ว สร้างความปวดหัวให้เหล่า HR รุ่นเก่าอย่างมาก

พนักงาน Gen Z มีข้อดีหลายอย่าง พวกเขาสดใหม่ ทำงานได้รวดเร็ว ใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และปรับตัวเข้ากับดิจิทัลเทคโนโลยีสมัยใหม่ขององค์กรชั้นนำได้อย่างรวดเร็ว และเขามักจะเลือกที่ทำงานที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย สนใจองค์กรที่มีวิสัยทัศน์เรื่องความยั่งยืน และที่สำคัญพวกเขามักจะเลือกที่ทำงานที่ตอบโจทย์เป้าหมายชีวิตของพวกเขา

แต่เหล่า HR มักจะบ่นว่า น้อง ๆ Gen Z นี้เอาแน่ไม่ได้ ไม่ค่อยอดทน เปลี่ยนงานกันบ่อย ไม่ถูกใจไม่พอใจก็ลาออก ไม่ทนเหมือนพวก Baby Boomer หรือ Gen X ถึงแม้พวกเขาจะทุ่มเททำงานกันเต็มที่ แต่ถ้าไปกวนใจพวกเขานอกเวลางาน เช่น โทรฯไป ส่งเมลไป หรือส่งข้อความไปสั่งงาน พวกเขาจะไม่พอใจอย่างมาก บอกว่ารบกวนเวลาส่วนตัว ต่างจากคนรุ่นเก่าที่ทนไป และยอมทำงานนอกเวลางาน ตามที่องค์กรมอบหมาย แต่ Gen Z มักจะคิดว่าทำไมหัวหน้างานบริหารงานไม่ดี ต้องมาเดือดร้อนเวลาส่วนตัวของเขา ความเป็นส่วนตัว และความสุขในชีวิตคือความสำคัญของ Gen Z

เหล่า Gen Z เคารพต่อกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ขององค์กร และก็คาดหวังว่าองค์กรจะเคารพต่อสิทธิเสรีภาพของพวกเขาอย่างเท่าเทียม เช่นถ้าบอกว่าเขามีสิทธิลาได้ ถึงเวลามาบอกว่างานเยอะอย่าลาเลย ถ้าลาจะดูว่าไม่รักองค์กร อย่างนี้พวกเขามองว่าไม่เป็นธรรม ละเมิดสิทธิ หรือถ้าบอกว่าทุกคนต้องมาทำงานตรงเวลา ถ้าเขามาตามเวลาแล้ว เขาก็สามารถเลิกงานตรงเวลาได้ ไม่ต้องแอบเดินออกเงียบ ๆ แบบพี่ ๆ และถ้าเขามาตรงเวลา แต่เจ้านายมาสายเป็นประจำ พวกเขาก็ไม่พอใจ รวมถึงการให้รางวัลพนักงานดีเด่น เลื่อนขั้น ขึ้นเงินเดือน ถ้าไม่ได้เป็นไปตามความสามารถและผลงาน แต่เป็นไปตามเส้นสาย อันนี้พวกเขาจะไม่เงียบเหมือนพนักงานรุ่นเก่า

ถ้าเหล่า HR เข้าใจวิธีคิด และพฤติกรรมของ Gen Z นี่เป็นโอกาสในการปรับปรุงกฎระเบียบต่าง ๆ และสร้างวัฒนธรรมองค์กรใหม่เพื่อส่งเสริมความยั่งยืน

1.ปรับปรุงเรื่องธรรมาภิบาล ถึงเวลาทบทวนกฎระเบียบต่าง ๆ ให้เป็นธรรม และใช้ได้จริง ระบุบทบาท หน้าที่ ความรับผิดชอบ ค่าตอบแทน และการวัดผลงานให้ชัด เพื่อความโปร่งใส เป็นธรรม โดยคำนึงถึงความหลากหลาย ซึ่งการจ้างงานแบบใหม่จะมีความยืดหยุ่น เหมาะสมกับคนใน Gen ต่าง ๆ เป็นการสร้างวัฒนธรรมใหม่ที่ส่งเสริมความหลากหลาย เท่าเทียม และเน้นประสิทธิภาพสูงสุดในการทำงาน

2.ส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมในงานจิตอาสา และ กิจกรรม CSR เพราะคน Gen Z นี้สนใจเรื่องสังคม และสิ่งแวดล้อม อยากมีประสบการณ์ อยากช่วยเหลือสังคม ดังนั้นนี่คือโอกาสที่องค์กรจะพัฒนาเรื่อง CSR

3.กำหนดบทบาทของพวกเขาในเรื่องความยั่งยืนขององค์กร เมื่อพวกเขาไปอยู่ในฝ่ายต่าง ๆ ตั้งแต่ฝ่ายบริหาร การเงิน การตลาด โรงงาน จัดส่ง มอบหมายโจทย์เรื่องความยั่งยืน การลดการปลดปล่อยคาร์บอน การใช้วัตถุดิบต่าง ๆ ให้คุ้มค่า และหาวิธีนำกลับมาใช้ใหม่ รวมถึงให้เขาหาแนวทางลดผลกระทบเชิงลบกับสังคม และสร้างคุณค่าเพิ่มให้โลกใบนี้ยั่งยืนขึ้น

4.ให้เขาหาเทคโนโลยี AI มาใช้พัฒนาความยั่งยืนในมิติต่าง ๆ ทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

ทั้ง 4 เรื่องนี้สามารถมอบหมายให้เหล่า Gen Z มีส่วนร่วมออกความคิดเห็น เป็นกำลังสำคัญของทีม หรือเป็น Team Leader ได้เลย

โลกเปลี่ยนไปแล้ว และนี่คือโอกาสในการพัฒนาองค์กรสู่ความยั่งยืนแบบใหม่ ด้วยพลังของ Gen Z โดยพี่ ๆ Gen X และ Gen Y เป็นพี่เลี้ยง และเรียนรู้ไปด้วยกัน.