เมื่อวันที่ 24 พ.ย. 68 สำนักพระราชวังรับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 08.00 – 14.00 น.
สำหรับบรรยากาศของวันที่ 24 พ.ย. ซึ่งเป็นวันที่ 16 ที่ทางสำนักพระราชวัง เปิดให้เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพฯ ตั้งแต่เช้าถึงบ่ายได้มีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศแต่งกายสุภาพไว้ทุกข์ชุดดำ เดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพฯ เบื้องหน้าพระโกศอย่างต่อเนื่อง โดยปิดจุดคัดกรองเวลา 13.00 น. ทั้งนี้ สำนักพระราชวังได้ปรับเวลาการเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ เนื่องจากมีพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอภิลักขิตสมัยวันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี กรมพระนครปฐมบรมขัตติยานี มหาธีรราชธิดา ครบ 100 ปี พุทธศักราช 2568
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเวลา 06.44 น. พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล เสด็จไปพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ในการบำเพ็ญพระราชกุศลถวาย พระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการถวายภัตตาหารเช้า ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯถวายแด่พระพิธีธรรม จากวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม และวัดสระเกศ ตามที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้มีพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม พระบรมศพ ประจำทั้งกลางวัน กลางคืน รับพระราชทานฉันเช้าวันละ 8 รูป รับพระราชทานฉันเพลวันละ 8 รูป
เวลา 11.00 น. นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นประธานในการบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการถวายภัตตาหารเพล แด่พระพิธีธรรมที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพฯ ซึ่งเป็นพระพิธีธรรม จากวัดสุทัศนเทพวราม และ วัดจักรวรรดิราชาวาส
ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมาชิกในราชสกุล และราชินิกุล ร่วมในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งในช่วงเวลา 10.30 น. – 11.30 น. เป็นราชสกุล ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) ได้แก่ ราชสกุลสนิทวงษ์ , นิลรัตน , อรุณวงษ์ , กปิตถา และ ราชสกุลปราโมช

สำหรับคณะบุคคลจากจังหวัดต่างๆ อาทิ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ , ปราจีนบุรี , ปัตตานี , พระนครศรีอยุธยา , พังงา คณะครูและนักเรียนชั้น ป.2 โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ , คณะครูและนักเรียนโรงเรียนราชวินิต, สมาคมบัณฑิตคนตาบอดไทย , สมาคมสตรีตาบอดในประเทศไทย , สมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ , สมาคมส่งเสริมอาชีพและสวัสดิการคนตาบอด,สมาคมคนตาบอดกรุงเทพ , สภาการแพทย์แผนไทยและนักศึกษาแพทย์แผนไทยรุ่น 22 โรงเรียนภัทรเวชสยามการแพทย์แผนไทย เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ และวางพวงมาลาถวายราชสักการะ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่พระองค์ทรงประกอบพระราชกรณียกิจมากมายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตพสกนิกรและทรงดำเนินโครงการพระราชดำริต่างๆ เพื่อประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทย

ดร.พท.ภัทราภรณ์ เอกวิทยาเวชนุกูล จิตอาสาสภาการแพทย์แผนไทย กล่าวว่า คณะจิตอาสาสภาการแพทย์แผนไทยเข้ากราบพระบรมศพสมเด็จพระพันปีหลวง เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน เมื่อครั้งที่สมเด็จพระพันปีหลวง เสด็จฯ ไปต่างจังหวัดหรือท้องถิ่นที่ห่างไกล จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่พระราชทานตรวจรักษาประชาชนและทรงสนับสนุนการใช้สมุนไพรไทยในการรักษาชาวบ้านในชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศไทย รวมถึงทรงมีโครงการพระราชดำริอนุรักษ์ป่า ซึ่งป่าที่อุดมสมบูรณ์ถือเป็นแหล่งรวมความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเฉพาะสมุนไพรธรรมชาติมากมาย อดีตคนในชนบทเข้าถึงการแพทย์ได้ยาก ซึ่งแพทย์แผนไทยอยู่ใกล้ชิดประชาชน มีแพทย์พื้นบ้านแนะนำสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการรักษาโรคแก่ชาวบ้าน แม้แต่พืชผักสวนครัวนำมาใช้ดูแลสุขภาพในช่วงฤดูหนาวได้โดยเริ่มต้นจากดูแลตัวเอง ครอบครัว และชุมชน
ดร.พท.ภัทราภรณ์ กล่าวด้วยว่า สมเด็จพระพันปีหลวง ทรงมีพระวิสัยทัศน์กว้างไกลส่งเสริมการใช้แพทย์แผนไทย นำสิ่งใกล้ตัวมารักษา ปรับสมดุลร่างกายก่อให้เกิดประโยชน์ต่อชีวิต โดยที่ต้นทุนไม่มาก รวมถึงเป็นต้นทุนที่มีอยู่ในท้องถิ่นต่างๆ ช่วยเหลือประชาชนให้มีสุขภาพที่ดี พึ่งพาตัวเองได้ ชุมชนดูแลชุมชน โดยไม่เป็นภาระของโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ซึ่งมีผู้ป่วยล้นโรงพยาบาล ทั้งยังทรงเป็นแบบอย่างให้กับเหล่าแพทย์แผนไทยทุ่มเททำงานเพื่อดูแลสุขภาวะของประชาชน เพื่อสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จพระพันปีหลวง ตลอดเดือนพฤศจิกายนนี้ สภาการแพทย์แผนไทยจัดทีมจิตอาสาแพทย์แผนไทยตั้งจุดบริการประชาชนในพื้นที่สนามหลวง เพื่อดูแลสุขภาพประชาชนที่เดินทางมาเข้ากราบ แจกจ่ายยาดมสมุนไพรสูตรดอกไม้หอมมีส่วนประกอบสำคัญ คือ ดอกมะลิ ซึ่งนอกจากมีสรรพคุณบำรุงหัวใจ ลดอาการวิงเวียนศรีษะแล้ว ยังเป็นสัญลักษณ์ของแม่แห่งชาติ สื่อความรักบริสุทธิ์ ความกตัญญู แล้วยังมียาดมสมุนไพรเปลือกสมุลแว้งมีกลิ่นหอมเฉพาะ ประชาชนที่เข้ากราบจำนวนมากเป็นผู้สูงอายุ รวมถึงคณะเดินทางไกลจากต่างจังหวัด พบมีอาการวิงเวียนศรีษะและปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ สามารถมารับยาดมและใช้บริการนวดแผนไทยได้ เหล่าจิตอาสาแพทย์แผนไทยจะทำหน้าที่ดูแลประชาชนด้วยหัวใจเพื่อตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณพระองค์ท่าน.