เมื่อวันที่ 25 พ.ย.68 เวลา 17.14 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอภิลักขิตสมัยวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า ครบ 100 ปี พุทธศักราช 2568 ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง

เมื่อเสด็จเข้าพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการ พานทองสองชั้นบูชาพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ ประจำรัชกาลที่ 6 และพระพุทธรูปประจำพระชนมวารของพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งประดิษฐานที่พระที่นั่งบุษบกมาลา ทรงกราบ ทรงจุดธูปเทียน เครื่องราชสักการะทองลงยาราชาวดี และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยกราบถวายบังคมพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งประดิษฐานที่พระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยารอง และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย กราบถวายบังคม พระบรมอัฐิ ทรงกราบ

จากนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้อาลักษณ์ กองอาลักษณ์และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี อ่านประกาศพระบรมราชโองการถวายพระราชสมัญญา พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็น พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า เมื่ออาลักษณ์อ่านประกาศพระบรมราชโองการถวายพระราชสมัญญา จบ พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา เจ้าพนักงานลั่นฆ้องชัย ประโคมสังข์ แตรดุริยางค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางพานหีบพระสุพรรณบัฏเบื้องหน้าพระโกศพระบรมอัฐิ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า

ต่อจากนั้น ทรงประเคนพัดรองที่ระลึกพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอภิลักขิตสมัยวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า ครบ 100 ปี แด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะเจ้าคณะรอง พระราชาคณะ และพระราชาคณะที่สวดพระพุทธมนต์ และถวายพระธรรมเทศนา จำนวน 46 รูป พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ จบแล้ว

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดเทียนดูหนังสือเทศน์ พระราชทานแก่เจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญไปปักที่จงกลธรรมาสน์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร สำหรับพระบรมอัฐิทรงธรรม พระธรรมวชิรญาณโสภณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ถวายศีล และถวายพระธรรมเทศนา เรื่อง “มหาธีรราชจริยากถา” จบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ ทรงทอดผ้าไตร จำนวน 16 ไตรและทรงถวายย่ามที่ระลึกฯ แด่พระสงฆ์ที่สวดพระพุทธมนต์ และถวายพระธรรมเทศนา แล้วพระสงฆ์สดับปกรณ์พระบรมอัฐิ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา

จากนั้นทรงทอดผ้าไตร และทรงถวายย่ามที่ระลึกฯ แด่พระสงฆ์สดับปกรณ์ ทรงปฏิบัติเช่นนี้จบครบ 30 ไตร เสร็จแล้ว ทรงกราบพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ ประจำรัชกาลที่ 6 และพระพุทธรูปประจำพระชนมวารของพระบรมอัฐิ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า ที่หน้าพระที่นั่งบุษบกมาลา เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงกราบถวายบังคมพระบรมอัฐิ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า ที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทแล้วเสด็จออกจากพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินกลับ

ด้วยในวาระครบ 100 ปี วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์ลำดับที่ 6 ในพระบรมราชวงศ์จักรี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชอนุสรณ์คำนึงถึง สมเด็จพระบรมอัยกาธิราช ผู้ทรงพระสุขุมคัมภีรภาพเป็นเลิศในการกำหนด ยุทธศาสตร์เพื่อวางรากฐาน บุกเบิก พัฒนา และเสริมสร้างราชอาณาจักรไทยทุกด้าน ทรงเป็นจอมทัพนำไทยเข้าร่วมรบในมหาสงครามโลกครั้งที่ 1 กระทั่งได้รับชัยชนะเป็นเหตุให้สยามเป็นที่ยอมรับจากนานาอารยประเทศ ทรงกำหนดพระบรมราชวิเทโศบายยกเลิกแก้ไขสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งจำต้องทำไว้กับนานาประเทศ

กระทั่งได้รับสิทธิทางการศาลและการพาณิชย์กลับคืนมาโดยสมบูรณ์ ทรงจัดการทดลองระเบียบบ้านเมืองตามระบอบการปกครองสมัยใหม่ ทรงวางรากฐานระบบกฎหมาย ทรงพระราชดำริให้คนไทยใช้นามสกุลพระราชทาน กำเนิดกองทัพอากาศและกองเสือป่า พระราชทานสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทรงพระอัจฉริยภาพด้านอักษรศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมทุกสาขา ซึ่งปรากฏเป็นมรดกทางภูมิปัญญาอันล้ำค่า องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ประกาศถวายราชสดุดีว่า ทรงเป็นบุคคลสำคัญของโลก ตลอดเวลา 15 ปีที่ทรงดำรงสิริราชสมบัติ ทรงดำรงมั่นในทศพิธราชธรรมบริบูรณ์ พร้อมด้วยพระมหากรุณาธิคุณต่ออาณาราษฎรเป็นอเนกปริยาย