สำนักข่าวซินหัวรายงานจากเมืองเหอเฝย ประเทศจีน เมื่อวันที่ 26 พ.ย. ว่า โครงการระหว่างประเทศนี้ริเริ่มโดยสถาบันฟิสิกส์พลาสมา สังกัดสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์แห่งชาติจีน (เอเอสไอพีพี) จะเปิดให้คณะนักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลกเข้าถึงกลุ่มแพลตฟอร์มการวิจัยพลังงานฟิวชันที่สำคัญของจีน ซึ่งรวมถึงเตาปฏิกรณ์โทคาแมกตัวนำยิ่งยวดพลาสมาเผาไหม้ (เบสต์) ในเมืองเหอเฝย


ทั้งนี้ คณะนักวิทยาศาสตร์ด้านพลังงานฟิวชันจากกว่า 10 ประเทศ ซึ่งรวมถึงฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร และเยอรมนี ร่วมลงนามและเผยแพร่แถลงการณ์พลังงานฟิวชันแห่งเหอเฝย เพื่อส่งเสริมการเปิดกว้างทางวิทยาศาสตร์ และกระตุ้นนักวิจัยทั่วโลกมีส่วนร่วมในการวิจัยพลังงานฟิวชันในจีน

XINHUA


อนึ่ง พลังงานฟิวชัน ซึ่งจำลองกระบวนการผลิตพลังงานของดวงอาทิตย์ ได้รับยกย่องให้เป็นแหล่งพลังงานสะอาดในอุดมคติ โดยบรรดานักวิทยาศาสตร์ได้ใช้เทคนิคต่าง ๆ เช่น การควบคุมด้วยสนามแม่เหล็ก เพื่อสร้างสภาวะสุดขั้ว ที่จำเป็นต่อปฏิกิริยาฟิวชันมานานหลายทศวรรษ


นายซ่ง อวิ๋นเทา รองประธานสถาบันวิทยาศาสตร์กายภาพเหอเฝย และผู้อำนวยการสถาบันเอเอสไอพีพี กล่าวว่า เรากำลังก้าวเข้าสู่ระยะใหม่ของพลาสมาที่เผาไหม้ ซึ่งสำคัญต่อวิศวกรรมพลังงานฟิวชันในอนาคตอย่างมาก โดยพลาสมาที่เผาไหม้เปรียบเสมือนเปลวไฟจากความร้อนซึ่งเกิดขึ้นภายในปฏิกิริยาฟิวชัน กลายเป็นรากฐานของการผลิตพลังงานอย่างต่อเนื่อง


ช่วงหลายปีที่ผ่านมา จีนเร่งการวิจัยพลังงานฟิวชันและสร้างสถิติโลกอย่างต่อเนื่อง โดยเตาปฏิกรณ์โทคาแมกตัวนำยิ่งยวดพลาสมาเผาไหม้ ซึ่งเปรียบดัง “ดวงอาทิตย์ประดิษฐ์” รุ่นถัดไปของจีน มีกำหนดก่อสร้างเสร็จสิ้นภายในสิ้นปี 2570 และจะทดลองเผาไหม้พลาสมาดิวทีเรียม-ทริเทียม เพื่อสร้างพลังงานฟิวชัน 20-200 เมกะวัตต์ และได้รับพลังงานสุทธิ


ซ่งเสริมว่า นี่เป็นย่างก้าวสู่พรมแดนใหม่ของการศึกษาวิจัย ที่ซึ่งเต็มไปด้วยความท้าทายทางวิศวกรรมและฟิสิกส์ โดยโครงการระหว่างประเทศใหม่นี้ จะใช้จุดแข็งด้านเตาปฏิกรณ์โทคาแมกตัวนำยิ่งยวดของจีน นำพาความเชี่ยวชาญจากทั่วโลก มาบุกเบิกพรมแดนใหม่ของฟิสิกส์การเผาไหม้แบบฟิวชัน.

ข้อมูล-ภาพ : XINHUA