เมื่อวันที่ 26 พ.ย. ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุม กมธ. ในวาระติดตามความคืบหน้าปัญหาและแนวทางการปฏิรูปราชการตำรวจ โดยเฉพาะกรณีตำรวจ 200 นาย รับส่วยจากขบวนการเว็บพนันออนไลน์ ว่า วันนี้เราเชิญหลายหน่วยงาน โดยมี 2 เรื่องคือในฝั่งของตำรวจ และฝั่งการเมืองที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับเว็บพนัน แก๊งสแกมเมอร์และการรับส่วยต่างๆ ซึ่งเราก็เชิญทั้งหน่วยงานและฝ่ายตำรวจด้วย ไม่ว่าจะเป็นกรมสรรพากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทางนายกรัฐมนตรี หรือฝั่งผู้ร้อง ประเด็นคือว่าตนได้รับหนังสือแจ้งว่าทางฝ่ายตำรวจจะไม่มา ซึ่งการที่เราประชุมกันในวันนี้ เกิดจากการประชุมครั้งล่าสุด ทางฝ่ายตำรวจแจ้งเราว่าเขาเองไม่พร้อมในเรื่องการชี้แจงข้อมูล ตนจึงได้นัดในวันนี้ช่วงบ่าย เพื่อที่ทางฝ่ายตำรวจจะได้มีข้อมูลมาชี้แจงทางง กมธ. ซึ่งตนคิดว่าเป็นเรื่องที่ที่ทางเจ้าหน้าที่จะได้มีโอกาสหลุดพ้นจากข้อกล่าวหาในเรื่องการรับส่วย แต่เมื่อพร้อมใจกันไม่มา ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ที่ท่านไม่ได้ใช้โอกาสนี้ในการชี้แจง

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า จริงๆ แล้ว ถ้าจะให้เป็นธรรมกับฝ่ายตำรวจด้วย ซึ่งเขาบอกว่ามี กมธ. หลายชุดที่นัดเขา แต่ตนอยากจะบอกว่า ถือเป็นโอกาสที่เราจะได้พูดถึงการทำงานของ กมธ. ว่าก่อนที่เราจะออกหนังสือเชิญใคร ฝ่ายเลขาฯ ของ กมธ. จะมีการหารือกันอยู่แล้ว เพราะถ้าชุดไหนที่มีการประชุมกันในวาระหรือประเด็นที่ซ้ำกัน โดยหลักมันจะออกหนังสือเชิญซ้ำกันไม่ได้ มันจะต้องรวมกัน แต่การทางตำรวจบอกหลายคณะเชิญเขานั้น ประเด็นมันไม่ได้เหมือนกัน ทาง ผบ.ตร. ไม่จำเป็นที่จะต้องมอบหมายคนๆ เดียวกันในการมาชี้แจงทุกคณะก็ได้ ทำไมไม่ใช้ผู้บังคับบัญชาคนอื่นๆ ในการไปทำหน้าที่ชี้แจงแทน

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนคิดว่าการเชิญของ กมธ. ก็ไม่ได้กระชั้น น่าจะมีเวลาให้ทุกฝ่ายเตรียมตัว จึงเป็นเรื่องน่าเสียดายที่ท่านไม่ได้ใช้โอกาสนี้ในการชี้แจง แต่ไม่ว่าอย่างไร เราก็ต้องใช้โอกาสนี้รวบรวมข้อมูลทุกอย่างเพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของ กมธ. และยืนยันว่าพร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายไม่ได้เข้าข้างใครทั้งสิ้น อาจจะมีคนพยายามบอกว่าเราเข้าข้างใครหรือไม่ ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง และขอให้พี่น้องประชาชนเป็นฝ่ายตัดสิน ในฝั่งตำรวจเราไม่อยากเห็นเจ้าหน้าที่รับสินบน ในฝ่ายการเมืองเราก็ไม่อยากเห็นนักการเมืองมายึดอำนาจรัฐ แล้วเป็นม้าให้ทุนเทามายึดประเทศ อันนี้คือสิ่งที่เราพยายามแก้และอยากเห็นประเทศมีความเข้มแข็งในหลักนิติรัฐ นิติธรรม ต่อไป