เมื่อวันที่ 26 พ.ย. พ.ต.อ.นฤวัต พุทธวิโร ผกก.ตม.จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ทำสำนวนการสืบสวนและเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.บ่อผุด อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อให้ดำเนินคดี นางแม็กซีน ลิซ่า ชวนเดอร์ อายุ 60 ปี สัญชาติอังกฤษ, น.ส.ลัดดา และ น.ส.จีริชุฎา สัญชาติไทย รวมถึงนิติบุคคลบริษัทซิน บาย ไนท์ จำกัด ในความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ข้อหา “นอมินี” (การประกอบธุรกิจที่คนไทยยังไม่มีความพร้อมแข่งขัน) ด้านการขายอาหารและเครื่องดื่ม

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2568 ชุดสืบสวน ตม.สุราษฎร์ธานี จับกุมผู้ร้ายข้ามแดนชาวอังกฤษ 2 ราย คือ นายเบน แอช อายุ 37 ปี และนายเคียแรล ดาเนียล อายุ 38 ปี ในข้อหาปล้นทรัพย์ และหลบหนีเข้ามากบดานในประเทศไทย ที่ตำบลบ่อผุด อำเภอเกาะสมุย ก่อนนำส่งพนักงานอัยการ สำนักงานต่างประเทศ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

ต่อมาชุดสืบสวนพบว่า ขณะหลบซ่อนตัว ทั้งสองได้ร่วมกันประกอบธุรกิจสถานบันเทิงในลักษณะบาร์เกิร์ลเต้นโชว์ บนถนนแหล่งบันเทิงหาดเฉวง ภายใต้ชื่อร้าน “ซิน บาย ไนท์” จึงได้ขยายผลการสืบสวน

พ.ต.อ.นฤวัต ระบุว่า การตรวจสอบพบว่าบริษัท ซิน บาย ไนท์ จำกัด จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลไทย มีวัตถุประสงค์ประกอบธุรกิจจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม มีบาร์เกิร์ลเต้นโชว์ ตั้งอยู่ในย่านหาดเฉวง โดยนางแม็กซีน แม่ของนายเบน ถือหุ้นร้อยละ 49 และมีบุคคลชาวไทย 2 ราย ถือหุ้นรวมกันร้อยละ 51 แต่มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัททั้งหมด

จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของบริษัท พบว่า บัญชีบริษัท 2 บัญชี ถูกโอนเงินไปยังบัญชีส่วนตัวของนางแม็กซีน ระหว่างปี 2566-มีนาคม 2568 รวมกว่า 17 ล้านบาท การสอบสวนพยานและถ้อยคำของ น.ส.ลัดดา และ น.ส.จีริชุฎา ระบุว่า นางแม็กซีน ขอให้ทั้งสองเข้าถือหุ้นโดยไม่ได้นำเงินมาลงทุน แต่รับเงินเดือนในระหว่างทำงานเท่านั้น จึงเชื่อว่านางแม็กซีน เป็นผู้ควบคุมและบริหารบริษัท ซิน บาย ไนท์ จำกัด ทั้งหมด

ทั้งนี้ คดีดังกล่าวถือเป็นการดำเนินธุรกิจในลักษณะอำพรางเพื่อให้คนต่างชาติครอบงำธุรกิจ และหลีกเลี่ยงกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว