เมื่อวันที่ 26 พ.ย. 68 ตามที่สำนักพระราชวังรับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-21.00 น. โดยวันนี้เป็นวันที่ 18 ที่ทางสำนักพระราชวัง เปิดให้เข้าประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งมีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศพร้อมใจกันแต่งกายสุภาพไว้ทุกข์สีดำ เดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพเบื้องหน้าพระโกศอย่างต่อเนื่อง โดยมีเจ้าหน้าที่สํานักพระราชวัง จิตอาสา 904 และเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ ปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและความเรียบร้อย รวมถึงคอยให้คำแนะนำอำนวยความสะดวกผู้สูงอายุ ผู้พิการและประชาชนตลอดเส้นทาง เพื่อให้การเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ
นอกเหนือจากประชาชนที่เดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังแล้ว ยังมีคณะบุคคลจากจังหวัดต่างๆ อาทิ จ.เพชรบุรี จ.เพชรบูรณ์ จ.ระนอง จ.พะเยา มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ โรงเรียนบรมราชินีนาถราชวิทยาลัย โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา คณะนักเรียน โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ สมาคมช่างผมมืออาชีพ ชมรมผู้จัดการธนาคารออมสินภาค 1 สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ องค์การสภาสโมสรส่งเสริมแม่แห่งประเทศไทย สำนักงานเลขาธิการกองทัพบก เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ และวางพวงมาลาถวายราชสักการะ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง
นอกจากนี้ยัง มีสมาชิกราชสกุล อาทิ ราชสกุลกมลาศน์ ราชสกุลเกษมศรี ราชสกุลศรีธวัช ราชสกุลทองแถม ราชวกุลชุมพล ราชสกุลเทวกุล ราชสกุลสวัสดิกุล ราชสกุลจันทรทัต ราชสกุลชยางกูร ราชสกุลวรวรรณ ราชสกุลดิศกุล ราชสกุลโสณกุล ราชสกุลสวัสดิวัตน์ ราชสกุลไชยันต์ ราชสกุลภาณุมาศ และราชสกุลหัสดินทร ร่วมในการพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ
น.ส.จินตนา อรุณแก้ว ชาวอำเภอสันกำแพง จ.เชียงใหม่ อายุ 64 ปี กล่าวว่า ตนและเพื่อนข้าราชการเกษียณชาว อ.สันกำแพง จำนวน 10 คน เดินทางด้วยรถตู้จาก จ.เชียงใหม่ ในฐานะข้าของแผ่นดิน มุ่งมั่นมากราบถวายบังคมพระบรมศพสมเด็จพระพันปีหลวง สักครั้งในชีวิต เป็นครั้งแรกที่มาสักการะ รู้สึกตื้นตันและคิดถึงพระองค์มาก รวมถึงได้เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ ทั้งนี้ในพระมหากรุณาธิคุณพระองค์ท่านเหมือนน้ำทิพย์ชโลมใจ ทำให้ร่มเย็นเป็นสุข ชาวสันกำแพงมักนึกถึงซิ่นสันกำแพง ผ้าทอที่มีความงดงาม อดีตชาวบ้านสันกำแพงทอผ้าอยู่กับบ้าน เป็นภูมิปัญญาที่เกือบเลือนหายไป แต่ด้วยพระวิสัยทัศน์ของสมเด็จพระพันปีหลวง ทำให้มรดกวัฒนธรรมนี้ยังคงอยู่และเป็นผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาต่อเนื่อง ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศนิยม เพราะมีเอกลักษณ์และสวยงาม ทุกวันนี้มรดกที่ทรงฝากไว้มีโครงการหลวงตีนตก เป็นทั้งศูนย์พัฒนาอาชีพงานผ้า งานปัก งานถัก งานทอ และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเชียงใหม่ ซึ่งกลุ่มชาวบ้านแม่ออน เตรียมจะเดินทางมาถวายความอาลัยด้วย ส่วนตนและเพื่อนๆ ก็จะสานต่องานของแผ่นดิน ในบทบาทที่แต่ละคนทำได้ จะตามรอยเบื้องพระยุคลบาท
อนึ่งในวันที่ 26 พ.ย. 68 เวลา 06.50 น. พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล เสด็จไปในการบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ในการถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรมที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ จากวัดประยุรวงศาวาส และวัดระฆังโฆสิตาราม จำนวน 8 รูป
ต่อมาในเวลา 11.00 น. และเวลา 17.00 น. พล.ร.อ.พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี เป็นประธานบำเพ็ญพระราชกุศลพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

ในเดียวกัน เวลา 19.00 น. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จโดยรถยนต์พระที่นั่งจากอาคารอัครราชกุมารี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ครั้นเมื่อรถยนต์พระที่นั่งเทียบที่ประตูกำแพงแก้ว พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ข้างพระที่นั่งราชกรัณยสภา สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ได้เสด็จขึ้นทางบันไดมุขกระสันพระที่นั่งพิมานรัตยา เสด็จออกพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ผ่านพระราชวงศ์เฝ้าไปยังที่ประดิษฐานพระโกศ การนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ รอรับเสด็จ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยที่หน้าพระโกศ ทรงคม ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงคม และเสด็จผ่านแถวข้าราชการที่มาเฝ้าไปที่หน้าเตียงสวดพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม ตั้งอยู่ด้านตะวันออก และด้านตะวันตก ณ มุขเหนือหน้าพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

จากนั้น สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงจุดรูปเทียนเครื่องบูชากระบะมุกที่หน้าเตียงสวดพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม ประทับพระเก้าอี้ ทรงคม เมื่อพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม จบแล้ว เจ้าพนักงานลาดพระภูษาโยง เสด็จไปทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์

ต่อมา สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา แล้วจึงเสด็จไปทรงคมที่พระพุทธรูปประจำพระชนมวารหน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร เสด็จไปทรงคมที่หน้าพระโกศ และเสด็จออกจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ลงทางบันไดมุขกระสันพระที่นั่งพิมานรัตยา เพื่อประทับรถยนต์พระที่นั่งที่ประตูกำแพงแก้ว ข้างพระที่นั่งราชกรัณยสภา เสด็จกลับ.