ณ ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค นายบุญธรรม ถาวรทัศนกิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดโครงการรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว ประจำปี พ.ศ.2568 ภายใต้แนวคิด “ยุติความรุนแรงทางดิจิทัล เพื่อสตรีและเด็กหญิง” โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและผู้ร่วมงาน เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้

นายฐานวัฒน์ พรนิธิดลวัฒน์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ที่มาการรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรีและบุคคลในครอบครัว เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2534 ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์สังหารหมู่นักศึกษาหญิงของมหาวิทยาลัยมอนทรีออล จำนวน 14 คน ในประเทศแคนาดา โดยกลุ่มที่ทำการรณรงค์ครั้งแรกเป็นกลุ่มนักศึกษาชาย จำนวน 1 แสนคน ที่ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาความรุนแรงต่อสตรี และต้องการยุติปัญหาดังกล่าว จึงได้เรียกร้องให้ผู้ชายทั่วโลก ร่วมรับผิดชอบต่อปัญหาความรุนแรงต่อสตรี รวมทั้งแสดงตนว่าจะไม่ทำความรุนแรงต่อสตรี โดยการติดสัญลักษณ์ริบบิ้นสีขาวที่ปกเสื้อ ซึ่งหมายถึง การยอมรับว่าจะไม่ทำร้าย หรือ นิ่งเฉย ต่อการใช้ความรุนแรงต่อสตรีในทุกรูปแบบ ต่อมาในปี พ.ศ. 2542 องค์การสหประชาชาติได้รับรองให้วันที่ 25 พฤศจิกายนของทุกปี เป็นวัน “ขจัดความรุนแรงต่อสตรีสากล”และในประเทศไทยได้มีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2555 กำหนดให้เดือนพฤศจิกายนของทุกปี เป็นเดือนรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี เพื่อมุ่งเน้นที่จะป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงทั้งต่อเด็กและสตรี 

กิจกรรมในวันนี้ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากหลายภาคส่วนประกอบด้วย ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัด ยุติธรรมจังหวัดสาธารณสุขจังหวัด ประชาสัมพันธ์จังหวัด โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยาโรงทยาบาลเสนา ศูนย์การค้าอยุธยาชิตี้พาร์ค สมาคมแม่ดีเด่นแห่งชาติ ประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) และเครือข่าย ที่มาร่วมโครงการฯ ตลอดจนศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค ที่ให้ความอนุเคราะห์สถานที่ในการจัดโครงการรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรีและบุคคลในครอบครัว ประจำปี พ.ศ. 2568

นายบุญธรรม เป็นประธานกล่าวเปิดพิธีการประชุม ว่า การยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรีและบุคคลในครอบครัวมีความสำคัญ เนื่องจากสถาบันครอบครัวเป็นพื้นฐานที่สำคัญในสร้างสมาชิกในครอบครัวให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่สังคมต้องการ หากครอบครัวทำหน้าที่บกพร่องก็ย่อมจะเกิดผลกระทบ ต่อสมาชิกในครอบครัวตามา เช่น ติดสุรา ติดยาเสพติด มีพฤติกรรมก้าวร้าว การใช้ความรุนแรง ส่งผลให้เกิดปัญหาสังคมตามมา กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จึงได้จัดงานดังกล่าวขึ้น เพื่อเป็นการขับเคลื่อนและให้ทุกคนในสังคมตระหนักรู้และปลูกฝังมายาคติที่ถูกต้องเป็นพลังในการยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัวให้หมดสิ้นไป โดยบูรณาการความร่วมมือหน่วยงานในระดับพื้นพื้นที่เพื่อขับเคลื่อนให้การกระทำความรุนแรงต่อเด็ก สตรีและบุคคลในครอบครัวกลายเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้การจัดโครงการรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรีและบุคคลในครอบครัว ภายใต้แนวคิด “ยุติความรุนแรงทางดีเพื่อสตรีและเด็กผู้หญิง” ในวันนี้ ถือเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่จะเป็นการส่งเสริมและสนับสนุน การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนงานการยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัวในระดับพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นการแสดงออก ถึงการไม่ยอมรับความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสังคม