จากพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 8 พ.ย. 2568 ซึ่งมีสาระสำคัญหลายประเด็นโดยเฉพาะการห้ามขายห้ามดื่มในช่วง “เวลาต้องห้าม” คือ เที่ยงคืน – 11.00 น. และ 14.00 – 17.00 น. และการลงโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท และมีมติผ่อนผัน 6 เดือน โดยจะรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณชน 15 วัน ก่อนประกาศลงราชกิจจานุเบกษาและเริ่มใช้ได้ในช่วงต้นเดือน ธ.ค. นี้ นั้น
เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. นายสิทธิชัย กล่อมอารมย์ อายุ 40 ปี เจ้าของร้านอาหารรุ่งเรือง ในเขตเทศบาลนครหัวหิน จ.ประจวบฯ กล่าวว่า จากกรณีที่คณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติจะมีมติเห็นชอบให้ทดลองอนุญาตขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วง 14.00-17.00 น. เป็นเวลา 6 เดือน เพื่อตรวจสอบผลกระทบทั้งทางเศรษฐกิจ สุขภาพ และสังคม เมื่อวันที่ 13 พ.ย. ที่ผ่านมา เราในฐานะผู้ประกอบการก็ไม่เห็นด้วยกฎหมายฉบับนี้ เพราะในช่วงเวลาที่ห้ามขายเป็นช่วงเวลาที่ลูกค้าต่างชาติ เขาออกมาดื่มก็คือช่วงกลางวัน มันทำให้มีผลกระทบต่อร้านอาหารที่ไม่ใช่ร้านสะดวกซื้อ อยากให้เปิดการขายแบบ 24 ชั่วโมง เพราะว่าการขายแบบนี้ทำให้ร้านค้า ร้านอาหาร สามารถขายได้ ลูกค้าที่เป็นชาวต่างชาติเขาจะมาดื่มตอนไหนก็ดื่มได้ และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว ส่งเสริมการค้าของหัวหิน เพราะในช่วงนี้เศรษฐกิจมีการซบเซาบ้าง คือมันน่าจะช่วยร้านค้า ร้านอาหารที่สามารถดื่มได้ตลอด เพราะว่าทุกร้านที่ขายก็ต้องมีใบอนุญาตอยู่แล้ว
“ก็อยากให้หัวหินกลับมาบูมเหมือนเดิม เพราะจากประสบการณ์ที่ทำธุรกิจตรงนี้ คิดว่าเศรษฐกิจหัวหินซบเซาลงมากจากเมื่อก่อนเราเป็นแค่นักท่องเที่ยวจนเรามาทำธุรกิจในหัวหิน เรามองว่าเศรษฐกิจเมื่อก่อนดีกว่าตอนนี้เยอะ ตอนนี้ร้านอาหารมีผลกระทบกันทุกร้าน และถ้าออกกฎหมายบังคับจริง ๆ คิดว่าผลกระทบที่ทางร้านจะได้รับคือ ลูกค้าที่เป็นชาวต่างชาติก็จะหายไปในบางส่วน ลูกค้าคนไทยก็เป็นช่วงเวลาทำงานอยู่แล้ว อาจจะมีผลกระทบน้อย แต่ร้านอาหารที่เน้นชาวต่างชาติเป็นหลักจะได้รับผลกระทบมากครับ” นายสิทธิชัย กล่าว



