“TEMPEST” (เทมเพสต์) บอยแบนด์มากความสามารถที่ประกอบไปด้วยสมาชิกทั้ง 6 คน ได้แก่ “ลูว์” (LEW), “ฮันบิน” (Hanbin), “ฮยองซอบ” (Hyeongseop), “ฮยอก” (Hyuk), “อึนชาน” (Eunchan) และ “แทแร” (Taerae) ได้ประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นในการจัดคอนเสิร์ตเดี่ยว “2025 TEMPEST CONCERT ‘As I am’” ณ Blue Square SOL Travel Hall กรุงโซล เมื่อวันที่ 29-30 พ.ย.ที่ผ่านมา พร้อมสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนๆ ทั่วโลกด้วยการประกาศแผนการจัด “2025-26 TEMPEST ASIA TOUR ‘As I am’”

การจัดคอนเสิร์ตเดี่ยวในรอบกว่า 2 ปี 3 เดือนนี้ ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจาก “iE” (ชื่อเรียกแฟนคลับ) หลากหลายประเทศ เช่น เกาหลี จีน และญี่ปุ่น โดย TEMPEST ได้ทุ่มเทความรักทั้งหมด ด้วยการแสดงที่ไม่หยุดพักถึง 26 เพลง ตลอดระยะเวลาประมาณ 140 นาที เพื่อตอบแทนความรักและการรอคอยของแฟนๆ
สำหรับคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งนี้หนุ่มๆ TEMPEST เปิดตัวด้วยความทรงพลังในชุดสีดำล้วน พร้อมเพลง‘nocturnal’และ ‘LIGHTHOUSE’ จากนั้นบรรยากาศก็ร้อนระอุอย่างต่อเนื่องด้วยเพลงฮิตและเพอร์ฟอร์แมนซ์ที่ดุดัน เช่น ‘난장 (Dangerous)’ ที่ถูกนำมาเรียบเรียงเป็น Band Version พร้อมเพิ่มท่าเต้นพิเศษ

ตามด้วยเพลง ‘BANG!’ และ ‘폭퐁의 눈 (Eyes of the Storm)’ ที่ยิ่งเพิ่มความเร่าร้อน พร้อมกับหน้าจอที่เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน มีภาพสายฟ้าฟาด โดยเฉพาะการเต้นเบรกที่พร้อมเพรียงราวกับใช้มีดตัด ในเพลง ‘BANG!’ ที่เรียกเสียงกรี๊ดได้อย่างถล่มทลาย ทำให้ความร้อนในฮอลล์พุ่งสูงขึ้นในทันที ก่อนที่จะต่อด้วยเพลง ‘My Way’, ‘Slow Motion’, และ ‘Vroom Vroom’ ซึ่งสมาชิกยังคงแสดงพลังอย่างเต็มที่แม้จะแสดงไปแล้วหลายเพลง
สมาชิกได้กล่าวต้อนรับแฟนๆ ด้วยความตื่นเต้น “อึนชาน” กล่าวว่า “เป็นคอนเสิร์ตที่รอคอยมานาน เรามาสนุกให้เต็มที่กันเถอะครับ” และ “ฮันบิน” เสริมว่า “ยิ่งดีเท่าไหร่ ก็ยิ่งต้องตะโกนให้ดังขึ้นเท่านั้น”

และหลังจากการพูดคุยสั้นๆ พวกเขาก็ต่อด้วยเพลง ‘Vroom Vroom’ และ ‘Bubble Gum’ แม้จะแสดงไปแล้วถึง 8 เพลงติดต่อกัน แต่พวกเขาก็ไม่แสดงความเหนื่อยล้า กลับยิ่งจุดไฟแห่งความมุ่งมั่นและพลังการเต้นที่ดุดัน พร้อมกับการร้องสดที่สะกดผู้ชมทั้งฮอลล์
ในช่วงที่สอง สมาชิกได้สื่อสารกับแฟนๆ อย่างใกล้ชิดมากขึ้น ในเพลง ‘In The Dark’ สมาชิกมองแฟนๆ ด้วยสายตาที่อ่อนโยนและอบอุ่น แฟนๆ ตอบกลับด้วยการตะโกนว่า “TEMPEST, ซารังแฮ (รักนะ)” สร้างบรรยากาศที่โรแมนติก ก่อนที่ลูว์จะพูดต่อว่า “เพลงนี้รู้ใช่ไหมครับ? ถ้าพร้อมแล้วส่งเสียงหน่อย~”

ต่อที่เพลง ‘We Are The Young’ ที่เริ่มต้นด้วยเสียงตะโกนอันทรงพลังของลูว์ให้ความรู้สึกเหมือนภาพยนตร์วัยรุ่น สมาชิกวงจับมือกันวิ่งเป็นวงกลม ขณะที่แฟนๆ ก็โบกแท่งไฟสูงขึ้น ทำให้เกิดภาพที่น่าประทับใจ
นอกจากนี้ สมาชิกยังได้โชว์เสน่ห์ที่แตกต่างผ่านการแสดงยูนิตคัฟเวอร์เพลงที่แฟนๆ ชื่นชอบ เหมือนกับ “กล่องของขวัญรวม” เพื่อตอบแทนความรักและการสนับสนุน ได้แก่

ยูนิตบัลลาด (ฮันบิน, ฮยองซอบ, อึนชาน): คัฟเวอร์เพลง ‘첫눈 (The First Snow)’ ของ EXO และ ‘12월의 기적 (Miracles in December)’
ยูนิตเพอร์ฟอร์แมนซ์ (ลูว์, ฮยอก, แทแร): คัฟเวอร์เพลง ‘Candy’ ของ H.O.T ในลุค Y2K และเพลง ‘This Love’

นอกจากนี้ สมาชิกทั้งหมดยังได้คัฟเวอร์เพลง ‘이게 무슨 일이야 (What’s Happening?)‘ ของ B1A4 โดยสมาชิกทั้ง 6 คน ต่างงัดสีหน้าท่าทางที่น่ารักและขี้เล่นออกมา ซึ่งเป็นสิ่งที่หาชมได้ยากในเพลงของ TEMPEST ทำให้เสียงเชียร์ของแฟนๆ พุ่งถึงขีดสุด
ในช่วงสุดท้าย TEMPEST ได้มอบความสดใสในเพลง ‘CHILL’, ‘Silly Kid’, ‘Bluetooth’, ‘ONLY U CAN’, ‘DIVE’, ‘How deep is your love?’, ‘Unfreeze’, และ ‘Can’t Stop Shining’ โดยเฉพาะเพลง ‘Silly Kid’ ที่สมาชิกวิ่งลงไปร้องเพลงต่อหน้าแฟนๆ และมอบความสุขอย่างใกล้ชิด ถือเป็นไฮไลต์ที่ทำให้ความสุขของแฟนๆ พุ่งถึงขีดสุด

แทแร ได้กล่าวความรู้สึกว่า “ผมมีความสุขมากที่ได้ใช้เวลาร่วมกับทุกคนครับ ผมตื่นเต้นกับคอนเสิร์ตวันนี้จนนอนไม่หลับเมื่อคืน ขอให้ทุกคนช่วยดูแลพวกเราต่อไปนะครับ” ด้าน ฮยอก กล่าวว่า “ผมรู้สึกเหมือนได้สร้างความทรงจำที่ไม่มีวันลืมเลือนได้ด้วยพลังของ ‘iE’ ครับหวังว่าพวกเราจะเดินเคียงข้างกันต่อไป และผมจะเป็น TEMPEST ที่เปล่งประกายยิ่งกว่าเดิมครับ”
ในช่วงอังกอร์ สมาชิกได้แสดงเพลงต่ออีก 6 เพลง เช่น ‘ONLY U CAN’, ‘Taste The Feeling’, ‘Freak Show’พร้อมใช้ช่วงเวลานั้นถ่ายเซลฟี่กับแฟนๆ อย่างไม่หยุดหย่อน ทำให้ช่วงท้ายของคอนเสิร์ตกลายเป็น “ช่วงเวลาเซลฟี่มาราธอน” และแม้การแสดงจะจบลงแล้ว แฟนๆ ก็ยังตะโกนเรียก “TEMPEST” อยู่นานกว่า 5 นาที

ก่อนที่สุดท้าย TEMPEST ได้ทิ้งท้ายด้วยการประกาศข่าวใหญ่ว่า “2025-26 TEMPEST ASIA TOUR ‘As I am’ มีกำหนดจะจัดขึ้น” ซึ่งถือเป็นการอุ่นเครื่องครั้งสำคัญก่อนที่พวกเขาจะเริ่มเดินสายทัวร์เพื่อพบปะกับแฟนๆ ทั่วโลกในเร็วๆ นี้
การจัดคอนเสิร์ตเดี่ยวที่ประสบความสำเร็จในครั้งนี้ ถือเป็นการอุ่นเครื่องครั้งสำคัญก่อนที่ TEMPEST จะเริ่มเดินสายทัวร์เอเชียเพื่อพบปะกับแฟนๆ ทั่วโลกในเร็วๆ นี้!.



