เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 68 นายบุญนำ ด้วยโชติ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 14 นายบุญตา จังนาลุย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 นายสุระพล โถนารัตน์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 11 นายพงษ์ ดีปะติ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 12 นายครชัย บุริขันธ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 9 และตัวแทนชาวบ้านทั้ง 5 หมู่บ้าน ของ ต.นาทัน อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ นำสื่อมวลชนเข้าสำรวจสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนที่ประสบกับปัญหาภัยแล้ง เนื่องจากขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค ถึงแม้เทศบาลตำบลนาทัน ได้ดำเนินการโครงการประปาหมู่บ้าน แต่ก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ทั้งนี้จากการตรวจสอบในพื้นที่หมู่ที่ 8-9-11 ที่อยู่ท้ายน้ำพบว่า ประปาเริ่มไม่ไหล หรือแม้จะไหลก็จะไหลออกมามีสีดำขุ่น กลิ่นเหม็น ไม่สามารถนำมาอุปโภคบริโภคได้ จนต้องซื้อน้ำจากรถบรรทุกน้ำที่นำมาจำหน่าย ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตลอดทั้งปี

นายบุญนำ ด้วยโชติ ผู้ใหญ่บ้านโนนค้อ หมู่ที่ 14 กล่าวว่า ความเดือดร้อนจากน้ำอุปโภคบริโภค น้ำกินน้ำใช้ในพื้นที่ ต.นาทัน ถือเป็นภัยที่กระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน ปัญหาภัยแล้งเกิดขึ้นมายาวนานกว่า 40 ปี และเริ่มหนักมากขึ้นในช่วงระยะหลังเกือบ 20 ปี เนื่องจากการขยายตัวของประชากร ปัจจุบัน ต.นาทัน มีจำนวน 16 หมู่บ้าน มีประชากรจำนวน 9,576 คน ทุกครอบครัวประสบกับปัญหาภัยแล้ง น้ำอุปโภคบริโภคไม่เพียงพอ โดยเฉพาะที่บ้านโนนค้อ เป็นชุมชนใหญ่ มีจำนวน 5 หมู่บ้าน มีจำนวนประชากรประมาณกว่าสี่พันคน ตลอดทั้งปีจะประสบปัญหาขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้ จนเมื่อปี 2551 ได้เคยถวายฎีกาต่อ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี โดยมี นายทวี บุริขันธ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาทัน เป็นผู้ถวายฎีกา ที่โรงเรียนธุรกิจบ้านโคกสนาม ต.ดินจี่ อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์

“จากนั้นยอมรับว่าหลายหน่วยงานเข้ามาดำเนินการแก้ไข โดยเฉพาะการเจาะบ่อบาดาล แต่เนื่องจากสภาพภูมิศาสตร์พื้นที่ไม่เหมือนกัน ทำให้การเจาะน้ำบาดาลไม่ได้ผล น้ำที่ไหลออกมาเป็นน้ำที่มีรสชาติเค็ม ไม่สามารถนำมาใช้อุปโภคบริโภคได้ จนเมื่อปี 2554 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เข้ามาทำการสำรวจตามพระราชดำริของ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ดำเนินโครงการฝายลำห้วยหนองภู่ หรือตามแผนงาน ชื่อ ฝายห้วยแล้ง (พระราชดำริ) ต.นาทัน ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยฝ่ายพิจารณาโครงการ ส่วนวิศวกรรม สำนักงานชลประทานที่ 6 ที่จะเป็นการนำน้ำที่อยู่ในฝายห้วยแล้ง ในเขตอุทยานแห่งชาติภูผาเหล็ก ที่ขึ้นกับสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 จังหวัดอุดรธานี กรมอุทยานแห่งชาติฯ” มาใช้

นายบุญนำ ด้วยโชติ ผู้ใหญ่บ้านโนนค้อ หมู่ที่ 14 กล่าวต่อว่า ครั้งนั้นผลลัพธ์ที่ได้คือการดำเนินการสำรวจและมีการวางแผนการก่อสร้าง แต่เมื่อจะดำเนินการจริงกลับก่อสร้างไม่ได้ ประชาชนได้รับแจ้งจาก สำนักงานชลประทานที่ 6 ว่าไม่สามารถก่อสร้างได้เนื่องจากไม่มีงบประมาณ อีกทั้งติดปัญหาการก่อสร้าง เนื่องจากฝายห้วยแล้ง (พระราชดำริ) เป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ อ้างว่าติดพื้นที่เป็นเขตอุทยานแห่งชาติ กรณีนี้จึงทำให้ชาวบ้านยังคงรับผลกระทบมาต่อเนื่องจากยาว จึงต้องการให้ผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบ โดยเฉพาะ รัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมอุทยานฯ และ กระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด ฝ่ายปกครองได้เข้ามาช่วยเหลือด้วย เพราะในส่วนของเทศบาลตำบลนาทัน ถือว่าได้ทำเต็มที่แล้ว แต่จำเป็นที่จะต้องให้ผู้มีอำนาจได้เข้ามาบริหารจัดการเพื่อแก้ไขปัญหาความแห้งแล้งให้กับประชาชน

ด้าน นายบุญตา จังนาลุน ผู้ใหญ่บ้านโนนค้อ หมู่ที่ 8 กล่าวว่า การแก้ปัญหานี้ถือเป็นทางออกที่ดีที่สุด น้ำที่อยู่บนภูผาเหล็ก ที่เป็นจุดที่สำรวจก่อสร้างฝายห้วยแล้ง จะมีลักษณะการแก้ไขคล้ายกับอ่างเก็บน้ำลำพันชาติ หรือ โครงการทฤษฎีใหม่ของอำเภอเขาวง ที่สำคัญจุดนี้คือต้นน้ำของน้ำป่าที่จะไหลหลากเข้าสู่เขื่อนลำปาว และเป็นจุดน้ำสาขาไหลลงไปยังแม่น้ำชี แต่กลับไม่สามารถนำมาพัฒนาให้ชาวบ้านไว้ใช้ได้ ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือทุกภาคส่วนจะต้องเข้ามาช่วยเหลืออย่างจริงจัง เพื่อให้โครงการนี้แก้ไขปัญหาให้กับประชาชนชาว ต.นาทัน ตลอดไป

อย่างไรก็ตาม ผู้ใหญ่บ้านพร้อมชาวบ้านได้นำสื่อมวลชนขึ้นไปสำรวจ โครงการฝายลำห้วยหนองภู่ หรือตามแผนงาน ชื่อ ฝายห้วยแล้ง (พระราชดำริ) ต.นาทัน ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยฝ่ายพิจารณาโครงการ ส่วนวิศวกรรม สำนักงานชลประทานที่ 6 ซึ่งเป็นจุดที่ นายทวี บุริขันธ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาทัน พร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้าน ได้ร่วมกันถวายฎีาต่อ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เมื่อปี พ.ศ. 2552 ที่โรงเรียนธุรกิจบ้านโคกสนาม ต.ดินจี่ อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ เนื่องจากราษฎร ต.นาทัน 16 หมู่บ้าน ประสบปัญหาจากความแห้งแล้งอย่างหนัก โดยเฉพาะในช่วงฝนทิ้งช่วง จะไม่มีน้ำอุปโภคบริโภค ส่วนราชการต้องนำน้ำมาแจกจ่ายแต่ไม่เพียงพอ จนต้องซื้อน้ำกินน้ำใช้ตลอดทั้งปี ความหวังจึงต้องการให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนด้วย.