เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และประชาชนในเขตเทศบาล ร่วมพิธีลงนามสัญญาจ้างงานก่อสร้างและควบคุมงาน โครงการจัดหาน้ำดิบเพื่อผลิตน้ำประปาที่โรงกรองน้ำบ้านมะขามเฒ่า (จากแหล่งน้ำลำตะคองมายังโรงกรองน้ำบ้านมะขามเฒ่า) งบประมาณโครงการก่อสร้าง 1,900 ล้านบาท โดยมีนายเทวัญ ลิปตพัลลภ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายประเสริฐ บุญชัยสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมลงนามกับบริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด และบริษัททีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียร์ แอนด์ แมเนจเมนต์ จำกัด (มหาชน) ณ ชั้น LG ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 อ.เมือง จ.นครราชสีมา
นายแพทย์วรรณรัตน์ เปิดเผยว่า โครงการจัดหาน้ำดิบเพื่อผลิตน้ำประปาที่โรงกรองน้ำบ้านมะขามเฒ่าจากแหล่งน้ำลำตะคอง มายังโรงกรองน้ำบ้านมะขามเฒ่า สืบเนื่องจากเทศบาลฯได้ดำเนินกิจการประปามาแล้ว 83 ปี ให้บริการในพื้นที่เขตเทศบาลฯ 37.50 ตารางกิโลเมตร และนอกเขตเทศบาลพื้นที่ 6 ตารางกิโลเมตรแก่ ทต.หัวทะเล ทต.หนองไผ่ล้อม ทต.หนองจะบุก ทต.บ้านใหม่ ทต.โพธิ์กลาง อบต.หมื่นไวย อบต.บ้านเกาะ และพื้นที่ของกองทัพบกพื้นที่ 33.2 ตารางกิโลเมตร ได้แก่ ค่ายสุรนารีและค่ายสุรธรรมพิทักษ์ รวมพื้นที่ทั้งหมด 76.7 ตารางกิโลเมตร

ปัจจุบันเทศบาลนครฯ ผลิตน้ำประปาได้เพียงวันละ 120,000 ลูกบาศก์เมตร หรือปีละ 43.8 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ความต้องการใช้น้ำจริงวันละ 150,000 ลูกบาศก์เมตร หรือปีละ 55 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่งผลให้เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภควันละ 30,000 ลูกบาศก์เมตร จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรับปรงระบบท่อส่งน้ำดิบ เนื่องจากท่อส่งน้ำดิบที่ใช้ส่งน้ำดิบจากอ่างเก็บน้ำลำตะคอง มีอายุการใช้งานเกินกว่า 38 ปี เสื่อมสภาพหมดอายุการใช้งาน จึงเกิดปัญหาแตกรั่วบ่อยครั้งรวมถึงมีการก่อสร้างถนนขยายช่องการจราจร ซึ่งบางส่วนได้ก่อสร้างทับแนวเส้นท่อน้ำดิบเกิดแรงกดทับส่งผลให้เกิดปัญหาท่อแตกรั่ว โดยการซ่อมแซมต้องหยุดสูบส่งน้ำ ทำให้กระบวนการผลิตน้ำประปาไม่สามารถผลิตและสูบจ่ายน้ำประปา และในการซ่อมแชมเทศบาลนครฯ ต้องสูญเสียงบประมาณรายจ่ายในการซ่อมแชมจำนวนมาก และยังสูญเสียรายได้จากการจำหน่ายน้ำประปา คิดเป็นเงินประมาณ 143.85 ล้านบาท/ปี
ขณะเดียวกัน ความต้องการใช้น้ำอุปโภคบริโภคที่เพิ่มมากขึ้นจากเหตุปัจจัยการขยายตัวในด้านเศรษฐกิจการค้าการลงทุน การเพิ่มขึ้นของที่อยู่อาศัย โรงแรม ร้านค้าและห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ และการพัฒนาด้านระบบขนส่งมวลขนเพิ่มมากขึ้น เช่น โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง(บางปะอิน-นครราชสีมา) โครงการถนนวงแหวนรอบเมืองนครราชสีมา โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง และโครงการรถไฟฟ้ารางคู่ เป็นต้น

เทศบาลนครนครราชสีมา จึงเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการฯ ได้รับการผลักดันและสนับสนุนจาก นายสุวัจน์ จนสามารถได้รับการสนับสนุนงบประมาณ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2567 เห็นว่าโครงการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค เทศบาลนครนครราชสีมา มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการ จึงเห็นชอบในหลักการสนับสนุนงบประมาณ ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ 2568-2571 ขอรับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล 50% (968.462 ล้านบาท) และเทศบาลสมทบ 50% (968.462 ล้านบาท) โดยงบประมาณในการดำเนินโครงการที่ขอรับการจัดสรรเป็นเงินทั้งสิ้น 1,936.964 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าก่อสร้าง 1,885,400 ล้านบาท ค่าควบคุมงาน 51.524 ล้านบาท

รายละเอียดของโครงการจัดหาน้ำดิบเพื่อผลิตน้ำประปา มีทั้งงานก่อสร้างสถานีสูบน้ำจากลำตะคองบริเวณหน้าเขื่อนระบายน้ำมะเกลือใหม่ และเครื่องสูบน้ำแบบ Vertical Centrifugal Double Suction อัตราการสูบ 0.45 ลบ.ม./วินาที ที่แรงดันน้ำ 20 เมตร จำนวน 4 เครื่อง งานวางท่อส่งน้ำเหล็กหล่อเหนียวขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.2 เมตร จากท่อส่งน้ำเดิมบนถนนมิตรภาพ มายังบริเวณอาคารรับน้ำหน้าเขื่อนระบายน้ำมะเกลือใหม่ ระยะทาง 1,691 เมตร พร้อมวาล์วควบคุมการไหลแบบ 3 ทาง ทั้ง 2 ด้าน พร้อมอุปกรณ์ประกอบกับรวมถึงงานวางท่อส่งน้ำ HDPE PN.8 ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.2 เมตร และท่อส่งน้ำเหล็กหล่อเหนียว ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.2 เมตร จากอาคารรับน้ำหน้าเขื่อนระบายน้ำมะเกลือใหม่ ไปส่งน้ำชลประทาน แนวถนนและคลองธรรมชาติ ระยะทางรวม 34,281 เมตร พร้อมอุปกรณ์ประกอบ งานติดตั้งอุปกรณีในการควบคุมแรงตันน้ำในระบบท่อส่งน้ำ กำแพงกันดินรูปตัวแอตามแนวคลองชลประทานช่วงจาก ขรน.โคกแฝก ถึงถนนคอนกรีตบริเวณบ้านน้อยพัฒนา (เนื่องจากบริเวนดังกล่าวมีปัญหาเรื่องเขตคลอง) งานก่อสร้างสถานีสูบน้ำในพื้นที่โรงผลิตน้ำมะขามเฒ่า และเครื่องสูบน้ำแบบ End Suction Pump อัตราการสูบ 0.25 ลบ.ม./วินาที ที่แรงตันน้ำ 20 เมตร จำนวน 4 เครื่อง
สำหรับค่าจ้างและการจ่ายเงิน งานจ้างก่อสร้างเทศบาลนครนครราชสีมา จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่นๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงด้วยแล้วโดยถือราคาเหมารวมเป็นเกณฑ์และกำหนดการจ่ายเงินเป็นจำนวน 60 งวด โดย ส่วนที่ 1. ได้แก่งานวางท่อส่งน้ำดิบ จำนวน 50 งวด ส่วนที่ 2. ได้แก่งานก่อสร้างสถานีสูบน้ำดิบเขื่อนระบายน้ำมะเกลือใหม่และโรงผลิตน้ำมะขามเฒ่า จำนวน 10 งวด ระยะเวลา 900 วัน โดยเริ่มงานตั้งแต่ วันที่ 4 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 21 พฤษภาคม 2571 ผู้รับจ้าง บริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด ส่วนงานจ้างควบคุมงานก่อสร้าง กำหนดการจ่ายเงินเป็นจำนวน 31 งวดระยะเวลา 930 วัน โดยเริ่มงานตั้งแต่ วันที่ 4 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 21 มิถุนายน 2571ผู้รับจ้าง บริษัท ทีม คอนซัลดิ้ง เอนจิเนียร์ แอนด์ แมเบจเมนต์ จำกัด (มหาชน)



