ในศตวรรษที่ 20 ซึ่งประชากรโลกมีอยู่ราว 4-5 พันล้านคน การศึกษาเป็นแบบหนึ่ง พอมาศตวรรษที่ 21 ประชากรโลกเฉียดหนึ่งหมื่นล้านคน การศึกษาจะต้องเปลี่ยนไปเพื่อหล่อหลอมพฤติกรรมคนรุ่นใหม่ให้พอเหมาะพอดีกับทรัพยากรที่มีจำกัด คงมาตรฐานความเป็นอยู่ที่ดีไว้ และลดความเสี่ยงในยุคโลกเดือด

ประเทศที่มีความก้าวหน้าด้านการศึกษา จึงเพิ่มการศึกษาเรื่องความยั่งยืนเข้าไปในหลักสูตรใหม่ และใช้โรงเรียนเป็นห้องทดลอง เด็ก ๆ จะต้องคำนวณคาร์บอนเป็น และควบคุมพฤติกรรมตัวเองไม่ให้ปล่อยคาร์บอนเกิน 2 ตันต่อคนต่อปีให้ได้ เพื่อไม่ให้โลกร้อนขึ้นเกิน 1.5 องศา ถ้าเขาทำได้เขาจะชวนพ่อแม่เปลี่ยนพฤติกรรมที่บ้าน บอกให้คุณครูเปลี่ยนพฤติกรรมที่โรงเรียน และจะขยายผลไปในชุมชน เด็กๆ จะใช้พลังงานอย่างประหยัด ใช้กระดาษให้น้อยลงเมื่อใช้เอกสารดิจิทัลทดแทนได้ ฝึกไม่เปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าโดยไม่จำเป็น ทดลองประดิษฐ์พลังงานสะอาด พลังงานทางเลือกต่าง ๆ ในวิชาวิทยาศาสตร์ ฝึกสร้างแปลงเกษตรอินทรีย์ไว้ทานเอง และทานข้าวให้หมด เลิกใช้อุปกรณ์พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง เลิกใช้โฟม ใช้ถุงผ้ากระติกน้ำส่วนตัว ฝึกจัดการของเสียในโรงเรียน เก็บขวดและภาชนะต่าง ๆ ไปขายรีไซเคิล และยังเรียนรู้เรื่องการมีจิตอาสาช่วยเหลือสังคมจนเป็นนิสัย พร้อมกับฝึกความซื่อสัตย์สุจริต ไม่คดโกง ไม่ต้องมีใครมาคุมสอบ ไม่ต้องมีคนคอยเก็บเงินในร้านค้า เพราะทุกคนไม่โกง และโรงเรียนสมัยใหม่ยังฝึกความอดทน ความเพียร ความสามัคคีผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งในโรงเรียน และในชุมชน เด็ก ๆ ยุคใหม่เรียนรู้ผ่านกิจกรรม ผ่านประสบการณ์จริง ที่คุณครูออกแบบการเรียนรู้ไว้ มากกว่าการเรียนท่องจำในห้องเรียน สวนทางกับการศึกษาไทย

กระทรวงศึกษาไทยยังพูดแต่ สเต็ม สตรีม ที่ยังทำไม่สำเร็จ ไม่สนใจเรื่อง พอเพียง ยั่งยืนซึ่งเป็นเรื่องสำคัญในยุคนี้

ที่จริงกระทรวงศึกษาไทย ได้ก่อตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อความยั่งยืน ขององค์กรรัฐมนตรีศึกษาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ “SEAMEO SEPS” ไว้เมื่อ  6 ปีที่แล้ว เพื่อพัฒนาการเรียนรู้เรื่อง พอเพียง ยั่งยืน ให้กับกระทรวงศึกษาในประเทศเพื่อนบ้าน นักการศึกษาทั้ง  11 ประเทศต่างตื่นเต้นสนใจ หลักสูตรการเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อความยั่งยืน แต่กระทรวงศึกษาของไทยเองมองข้ามของใกล้ตัว มัวแต่ให้เด็ก ๆ ปลูกแปลงผัก แล้วบอกว่านี่คือ พอเพียง สนใจลองคุยกับ SEAMEO SEPS ดูนะครับ เขามีองค์ความรู้เรื่องนี้ มีหนังสือ คู่มือมนุษย์ในศตวรรษที่ 21” และอื่น ๆ อีกมากมาย เพื่อเตรียมคนรุ่นใหม่ให้ปรับตัวให้ทันภัยความไม่ยั่งยืน ในยุคโลกเดือด.