สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของสหรัฐทำการยึดเรือบรรทุกน้ำมัน “ขนาดมหึมา” นอกชายฝั่งเวเนซุเอลา พร้อมทั้งยืนยันว่า รัฐบาลวอชิงตัน “มีเหตุผล” ในการยึดเรือบรรทุกน้ำมันลำนี้


ขณะที่นางพาเมลา บอนดี รมว.ยุติธรรมสหรัฐ กล่าวว่า เรือลำดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ “เครือข่ายขนส่งน้ำมันที่ผิดกฎหมาย” ซึ่งใช้ในการขนส่งน้ำมันที่ถูกคว่ำบาตรจากเวเนซุเอลาและอิหร่าน และมีปลายทางคือคิวบา พร้อมทั้งเผยแพร่คลิป ทหารสหรัฐหลายสิบนายพร้อมอาวุธครบมือ โรยตัวลงจากเฮลิคอปเตอร์สู่ดาดฟ้าเรือ แล้วยกกำลังไปตามสะพานเดินเรือ


การประกาศดังกล่าวของสหรัฐเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง ก่อนคณะกรรมการโนเบลนอร์เวย์จัดพิธีมอบรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ให้กับนางมาเรีย โครินา มาชาโด นักการเมืองและนักเคลื่อนไหวฝ่ายค้านของเวเนซุเอลา ที่ศาลาว่าการกรุงออสโล เมืองหลวงของนอร์เวย์ เมื่อวันพุธ แม้มาชาโดไม่ได้ปรากฏตัวในพิธี และบุตรสาวของเธอเดินทางไปรับรางวัลแทน แต่เธอแสดงตัวในภายหลัง


ทั้งนี้ รัฐบาลเวเนซุเอลาเคยเตือนว่า มาชาโดอาจถูกจับกุมในฐานะผู้ร้ายหลบหนีคดี หากยังคงพยายามเดินทางไปรับรางวัลโนเบล ด้านสหรัฐเตือนไม่ให้รัฐบาลเวเนซุเอลาดำเนินการกับมาชาโด


ตลอดช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลวอชิงตันเพิ่มแรงกดดันอย่างหนักและต่อเนื่อง กับประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา โดยส่งกองเรือรบ เครื่องบินขับไล่ และเรือบรรทุกเครื่องบิน “ยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์. ฟอร์ด” ซึ่งเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เข้าไปประจำการในทะเลแคริบเบียน ภายใต้ข้ออ้างในการปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติด


นอกจากนี้ กองทัพสหรัฐโจมตีเรือเล็กที่อ้างว่าเป็นเรือลำเลียงยาเสพติด ในภูมิภาคแห่งนี้ไปแล้วมากกว่า 20 ลำ และมีผู้เสียชีวิตรวมอย่างน้อย 87 ราย


อนึ่ง ในการให้สัมภาษณ์พิเศษกับ “โพลิติโค” ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ทรัมป์กล่าวว่า “วันเวลาของมาดูโรกำลังจะหมด” และปฏิเสธตัดความเป็นไปได้ ที่สหรัฐจะใช้ปฏิบัติการทางทหารภาคพื้นดินกับเวเนซุเอลา.

เครดิตภาพ : AFP