เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. กองทัพภาคที่ 4 (ทภ.4) เปิดเผยว่า พล.ต.ภูมเดชา พ่วงเจริญ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42 (ผบ.มทบ.42) /ผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 42 (ผอ.ศภม.42) เข้าร่วมการประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม เพื่อเตรียมการรับมือกรณีฝนอาจตกหนักในระลอกใหม่ รวมถึงหารือเรื่องการปรับลดระดับสถานการณ์เป็นระดับ 2 เพื่อให้อำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถเข้ามาดำเนินการต่อเนื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานการประชุม ตลอดจนส่วนที่เกี่ยวเข้าร่วมการประชุม ผ่านระบบทางไกล ผ่านจอภาพ (วีดีซี) ณ ห้องประชุมเสนาณรงค์ ค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมศูนย์อุตุนิยมวิทยารายงานคาดการณ์สภาพอากาศช่วงกลางเดือนธันวาคม โดยระบุว่าในวันที่ 11–12 ธ.ค. 2568 จะได้รับอิทธิพลจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ส่งผลให้บางพื้นที่อาจมีฝนตกหนัก แต่จังหวัดสงขลาจะมีฝนอยู่ในระดับปานกลาง โดยเฉพาะบริเวณอำเภอระโนด ส่วนช่วงเฝ้าระวังสำคัญคือวันที่ 14–17 ธ.ค. 2568 ซึ่งอาจมีฝนเล็กน้อยถึงปานกลางในพื้นที่อำเภอเทพา สะบ้าย้อย นาทวี และหาดใหญ่ คาดการณ์ปริมาณฝนสะสมราว 50–60 มิลลิเมตร ซึ่งยังสามารถบริหารจัดการได้ ทั้งนี้ สถานการณ์มีแนวโน้มดีขึ้นหลังวันที่ 17–18 ธ.ค. 2568 โดยเฉพาะ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่คาดว่าจะเข้าสู่เขตปลอดภัย
ด้านสถานการณ์น้ำในพื้นที่ยังคงต้องเฝ้าระวังในจุดลุ่มต่ำและพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง รวมถึงผลกระทบจากน้ำทะเลหนุน โดยจังหวัดสงขลาได้ติดตามระดับน้ำในคลองสายหลักอย่างต่อเนื่อง พบว่าระดับน้ำในคลอง ร.1 ลดลงแล้วประมาณ 1.6 เมตร แสดงให้เห็นถึงการระบายน้ำที่ดีขึ้น พร้อมประเมินว่า หากปริมาณฝนที่ตกลงมาไม่เกิน 250 มิลลิเมตร จังหวัดยังสามารถบริหารจัดการน้ำได้ ขณะเดียวกัน อำเภอระโนดรายงานว่า แม้น้ำลดลงต่อเนื่อง แต่พบปัญหาน้ำเน่าเสียจากการท่วมขังเป็นเวลานาน ทำให้อำเภอจัดซื้อหัวเชื้ออีเอ็มแจกจ่ายประชาชนโดยด่วน พร้อมให้สำนักงานสาธารณสุขเข้าดูแลด้านสุขอนามัย ส่วนประชาชนที่เคยอพยพได้ทยอยเดินทางกลับสู่ที่พักแล้ว สะท้อนถึงแนวโน้มสถานการณ์ที่ดีขึ้น
สำหรับการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วมช่วงวันที่ 11–18 ธ.ค. 2568 จ.สงขลา ได้กำหนดแผนเผชิญเหตุไว้ชัดเจน โดยจะไม่รอให้ระดับน้ำสูงขึ้นก่อน แต่ให้หน่วยงานดำเนินการอพยพกลุ่มเปราะบางออกจากพื้นที่เสี่ยงทันที พร้อมแบ่งพื้นที่รับมือสถานการณ์ออกเป็น 4 เขตปฏิบัติการ โดยมีหน่วยงานด้านความมั่นคงและพลเรือนรับผิดชอบในแต่ละเขต และกำหนดโครงสร้างการบัญชาการ 2 ระดับ คือ ระดับอำเภอในช่วงสถานการณ์เริ่มต้น และระดับผู้ว่าราชการจังหวัดเมื่อสถานการณ์ทวีความรุนแรง คาดว่าการปรับลดระดับภัยเข้าสู่ระดับ 2 อาจเกิดขึ้นในวันที่ 14 ธ.ค. 2568
ในช่วงการฟื้นฟูหลังสถานการณ์น้ำลด จังหวัดสงขลาได้เร่งดำเนินการบริหารจัดการขยะและสิ่งปฏิกูลที่ตกค้างในเขตเมืองหาดใหญ่ เพื่อคืนความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยให้กับพื้นที่ โดยระดมเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลเข้าดำเนินการขนย้ายขยะไปยังจุดพักรอการกำจัด ณ โรงกำจัดขยะเกาะแต้วอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งฟื้นฟูพื้นที่สาธารณะและจุดสำคัญในเขตเมืองให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรในระหว่างวันที่ 22–23 ธ.ค. 2568
ส่วนมาตรการเยียวยา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาได้เน้นย้ำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งเร่งรัดการตรวจสอบและยืนยันข้อมูลผู้ลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จำนวน 9,000 บาทต่อครัวเรือน การช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านเรือน ไม่เกิน 49,500 บาท และเงินช่วยเหลือผู้เสียชีวิตรายละ 2,000,000 บาท ให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน และดำเนินการให้แล้วเสร็จตามกรอบเวลาที่กำหนด เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีตกค้างหรือข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์ เพื่อลดปัญหาการล่าช้าและการตกหล่นของกลุ่มครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง
นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดยังได้มอบหมายให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลาเร่งยกระดับมาตรการเฝ้าระวังโรคติดต่อหลังน้ำลด โดยเฉพาะ โรคเลปโตสไปโรซิส หรือโรคฉี่หนู ซึ่งมีความเสี่ยงสูงในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน และพบการติดเชื้อเพิ่มขึ้นในกลุ่มประชาชนที่มีการลงน้ำหรือสัมผัสน้ำท่วมโดยตรง โดยล่าสุดจังหวัดสงขลารายงานว่า มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย และผู้ต้องสงสัยติดเชื้ออีก 1 ราย ทำให้ต้องเพิ่มความเข้มข้นในการป้องกัน ทั้งการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ประชาชน การจัดทีมแพทย์ลงพื้นที่ตรวจสุขภาพเชิงรุก การแจกอุปกรณ์ป้องกัน และการดูแลสุขาภิบาลในจุดเสี่ยง เช่น คูคลอง แหล่งน้ำขัง และชุมชนที่ยังมีน้ำท่วมขังในบางส่วน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดเพิ่มเติม



