เศรษฐกิจไทยยังขยับตัวได้ไม่เต็มแรง ทั้งการผลิต การส่งออก และท่องเที่ยวยังอ่อนตัวต่อเนื่อง หนึ่งในปัจจัยที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือค่าเงินบาทที่แข็งผิดจังหวะจนฉุดความสามารถในการแข่งขัน ทำให้ข้อเสนอเรื่องการเพิ่มสภาพคล่องและปรับค่าบาทกลับมาอยู่ในวงสนทนาอีกครั้ง และเป็นจุดเริ่มต้นของประเด็นที่จะพูดถึงต่อไปนี้


สัญญาณเตือนจากค่าเงินบาทและความจำเป็นของสภาพคล่อง

ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ซบเซาและภาคการผลิตที่เดินเครื่องเพียงครึ่งเดียว ปัญหาที่ซ่อนอยู่กลับฉายชัดขึ้นเรื่อย ๆ คือค่าเงินบาทที่แข็งเกินจริงเมื่อเทียบกับสภาวะพื้นฐานของประเทศ ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายจึงเร่งเตือนให้รัฐบาลหันมาใช้มาตรการเพิ่มสภาพคล่องในระบบแบบจริงจัง โดยเฉพาะแนวทางคล้ายการทำ QE เพื่ออัดฉีดเงินบาทเข้าสู่ระบบการเงินโดยตรงเพื่อช่วยให้การส่งออกและการท่องเที่ยวกลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้ง

ในช่วงที่ความผันผวนของตลาดเริ่มขยับแรงขึ้น คนไทยจำนวนไม่น้อยเริ่มมองหาช่องทางใหม่ๆ ในการขยายโอกาสทางการเงิน และหนึ่งในกระแสที่เติบโตเร็วคือสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะกลุ่มเหรียญ Meme ที่โดดเด่นด้วยคอมมูนิตี้แข็งแรงและการมีส่วนร่วมสูง ทำให้ผู้ลงทุนรุ่นใหม่ใช้เป็นพื้นที่เปิดประสบการณ์ ลองกลยุทธ์ใหม่ๆ และสำรวจโปรเจกต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังโซเชียลควบคู่กับสินทรัพย์หลัก ท่ามกลางช่วงเวลาที่ผู้คนมองหาแนวทางเพิ่มความยืดหยุ่นและโอกาสใหม่ในเศรษฐกิจปัจจุบัน


ตัวเลขภาคการผลิตและนักท่องเที่ยวที่ลดลง

ข้อมูลล่าสุดชี้ว่าภาคการผลิตไทยใช้กำลังการผลิตเพียง 50–60% แสดงให้เห็นถึงคำสั่งซื้อที่ลดลงและต้นทุนต่อหน่วยที่สูงขึ้น โรงงานจำนวนมากจำเป็นต้องลดรอบการผลิต เพื่อลดภาระขณะที่ยอดสั่งซื้อยังไม่ฟื้น การชะลอตัวของภาคนี้ไม่เพียงกระทบต่อความเชื่อมั่น แต่ยังสะท้อนความต้องการในตลาดต่างประเทศที่อ่อนแรงลงเรื่อย ๆ

ในเวลาเดียวกัน ภาคท่องเที่ยวซึ่งเคยเป็นตัวทำเงินหลักก็ยังไม่กลับมาสู่ระดับที่คาดหวัง แม้หลายประเทศจะเปิดพรมแดนเต็มที่แล้วก็ตาม ค่าเงินบาทที่แข็งทำให้ไทยเสียเปรียบด้านราคา นักเดินทางจำนวนมากเลือกประเทศอื่นที่มีต้นทุนการท่องเที่ยวถูกกว่า ขณะที่ผู้ประกอบการไทยต้องหั่นกำไรเพื่อดึงลูกค้าเอาไว้


การขยับตัวของธนาคารแห่งประเทศไทยและแรงกดดันด้านนโยบาย

ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนใหม่ส่งสัญญาณชัดว่าค่าเงินบาทจำเป็นต้องอ่อนค่าลงเพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้า ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่าย นี่จึงเป็นจุดที่ทำให้ตลาดจับตาการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินอย่างใกล้ชิด เพราะทุกการขยับของอัตราดอกเบี้ยหรือมาตรการสภาพคล่องจะส่งผลโดยตรงต่อเศรษฐกิจในระยะต่อไป

ฝั่งรัฐบาลเองต้องเผชิญโจทย์ยาก อัดฉีดมากไปเสี่ยงเงินเฟ้อ ทำช้าไปเสี่ยงเศรษฐกิจสะดุดต่อเนื่อง การพิจารณานโยบายที่แตะระดับค่าเงินจึงกลายเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและต้องการความเชี่ยวชาญอย่างสูง


แนวคิดการเพิ่มสภาพคล่องแบบไทยสไตล์อาจเป็นคำตอบ

ข้อเสนอเรื่องการเพิ่มสภาพคล่องในระบบผ่านรูปแบบที่คล้าย QE เคยถูกพูดถึงในรัฐบาลก่อน แม้จะยังไม่ถูกประกาศใช้อย่างเป็นทางการ แต่นักเศรษฐศาสตร์จำนวนหนึ่งมองว่าไทยควรมีมาตรการลักษณะนี้เป็นเครื่องมือสำรองอย่างน้อย เพราะการอัดฉีดเงินเข้าระบบโดยตรงสามารถช่วยลดแรงกดดันของภาคธุรกิจและกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้โดยไม่ต้องเพิ่มภาระงบประมาณระยะยาวของรัฐ

ที่สำคัญ การลดค่าเงินบาทอย่างมีแบบแผนยังช่วยตัดช่องทางของเงินทุนไหลเข้าที่ผิดปกติ ซึ่งถูกมองว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ค่าเงินบาทแข็งเกินจริงในช่วงที่ผ่านมาอีกด้วย