เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายณรงค์ เรืองศรี ปลัด กทม. เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ซึ่งมีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน กทม. มีความห่วงใยต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างยิ่ง เนื่องจากในห้วงเวลาดังกล่าวประชาชนมักนิยมเล่นดอกไม้เพลิง รวมถึงมีการจุดและปล่อยพลุ ตะไล โคมลอย โคมไฟ หรือโคมควันอย่างแพร่หลาย และที่ผ่านมาพบว่ามักเกิดเหตุระเบิดและเพลิงไหม้ที่เกิดจากการกระทำดังกล่าวอยู่บ่อยครั้ง

เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นและลดความสูญเสีย ตลอดจนเพื่อให้การเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่เป็นไปอย่างมีความสุขและปลอดภัยสูงสุดสำหรับประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ทุกคน

กทม. จึงได้กำชับไปยังสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ให้ดำเนินการพิจารณาอนุญาตการจุดและปล่อยพลุ หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกันของประชาชนและผู้จัดงานในสถานที่ต่าง ๆ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์การอนุญาตที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด

โดยมาตรการดังกล่าวอ้างอิงตาม ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากการจุดและปล่อยบั้งไฟ พลุ ตะไล โคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน พ.ศ. 2561 โดยหัวใจสำคัญของข้อบัญญัติคือ ห้ามมิให้ผู้ใดจุดและปล่อยบั้งไฟ พลุ ตะไล โคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน ขึ้นไปสู่อากาศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้อำนวยการเขตพื้นที่นั้น

สำหรับผู้ที่ประสงค์จะขออนุญาตต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนด และต้องยื่นคำขออนุญาตพร้อมด้วยแผนการป้องกันเหตุอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น และแผนผังบริเวณที่จะจุดและปล่อย ต่อผู้อำนวยการเขตพื้นที่ โดยต้องขออนุญาตล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน ก่อนวันจุดและปล่อย

กรณีที่ได้รับอนุญาตให้จุดพลุในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ จะกระทำได้ในช่วงคืนวันที่ 31 ธ.ค. ของทุกปี ตั้งแต่เวลา 23.00 นาฬิกา ถึงเวลา 01.00 นาฬิกา ของวันที่ 1 ม.ค. ของทุกปี เท่านั้น ทั้งนี้ หากผู้ใดฝ่าฝืนจุดพลุ บั้งไฟ ตะไล โคมลอย หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน โดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 27/2559.