เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ชายแดน จ.ตราด ว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง บ้านหนองรี ต.ชำราก อ.เมือง จ.ตราด ได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านท่าเลื่อน และชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายภายในสวนทุเรียนของชาวบ้านและพื้นที่โดยรอบ หลังถูกกระสุนปืนใหญ่จากฝั่งกัมพูชายิงตกใส่ระลอกใหญ่

จากการปูพรมตรวจสอบ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบหลุมระเบิดที่ระบุพิกัดได้ชัดเจนรวม 13 หลุม แบ่งเป็นหลุมระเบิดภายในสวนผลไม้จำนวน 11 หลุม ซึ่งทำงานสมบูรณ์แล้ว สร้างความเสียหายให้ต้นทุเรียนและพื้นที่เกษตรกรรม โดยเจ้าหน้าที่ได้เก็บเศษสะเก็ดระเบิดที่เป็นวัตถุโลหะไปตรวจพิสูจน์เพื่อระบุชนิด

อย่างไรก็ตาม จุดที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ บริเวณถนนสุขุมวิท (ตราด-คลองใหญ่) ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมหลัก พบหลุมระเบิด 2 หลุม โดย 1 ในนั้นเป็นระเบิดที่ยังไม่ทำงาน (Unexploded Ordnance) คาดว่าตัวระเบิดจมลึกลงไปในชั้นดินใต้ถนนประมาณ 3 เมตร เจ้าหน้าที่ EOD ประเมินแล้วว่ายังไม่สามารถขุดกู้ได้ในทันที จึงต้องนำกรวยยางมาวางปิดกั้นปากหลุมเพื่อเตือนภัยผู้ใช้รถใช้ถนน ป้องกันอันตรายจากแรงสั่นสะเทือน

นายภิญโญ ดีหลาย กำนันตำบลชำราก เปิดเผยระหว่างนำตรวจสอบว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ ยืนยันพบ 13 จุดที่ชัดเจน แต่ยังมีอีกหลายจุดในป่าลึกและพื้นที่เสี่ยงที่ยังเข้าไม่ถึง พร้อมกล่าวตอบโต้กรณีที่มีกระแสข่าวจากฝั่งกัมพูชาอ้างว่า ภาพความเสียหายในไทยเป็น “ข่าวปลอม” (Fake News) ว่า ขอให้ฝ่ายกัมพูชายอมรับความจริง หลักฐานหลุมระเบิดและสวนชาวบ้านที่เสียหายคือประจักษ์พยานว่ามีการยิงใส่เขตพลเรือนจริง

“ชาวบ้านรู้สึกท้อแท้มากเมื่อเห็นสวนทำกินเสียหาย ถือเป็นการปะทะที่หนักที่สุดของตราด แต่โชคดีที่เรามีแผนอพยพที่ดี ทำให้ชาวบ้านเกือบ 100% ออกจากพื้นที่ได้ทัน จึงไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต” กำนันตำบลชำราก กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สถานการณ์ในพื้นที่ยังคงมีความตึงเครียด โดยเมื่อเวลา 11.45 น. ได้ยินเสียงปืนใหญ่จากฝั่งไทยยิงตอบโต้ดังขึ้นติดต่อกัน 3 นัด คาดว่าเป็นผลสืบเนื่องจากเหตุการณ์ถล่มสะพานจัยจุมเนี้ยะและกาสิโนใน จ.โพธิสัตว์ ของกัมพูชา เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา