ไม่ว่าวัยจะไปถึงไหน ผู้หญิงก็อย่าหยุดสวย ประโยคนี้ใช้ได้จริงกับนักแสดงรุ่นใหญ่ “แอ๊ว-อำภา ภูษิต” ที่ในวัย 66 แต่ความสวยไม่เคยน้อยลง จนทำให้หลายคนต้องขอเคล็ดลับจากแอ๊วทันที

ล่าสุด แอ๊ว ได้มาร่วมพิธีบวงสรวงเปิดกล้องซีรีส์ใหม่ 3 เรื่องของไทยพีบีเอส ก็ได้เปิดใจถึงเคล็ดลับการดูแลตัวเอง และความพึงพอใจในใบหน้าหลังการศัลยกรรมดึงหน้า ซึ่งทำมาตั้งแต่ 4 ปีก่อน ทำให้ในวัย 66 ปีนี้ ยังคงดูสวยและมั่นใจมาก พร้อมทั้งเผยแพลนเกษียณงานในวงการ โดยเธอเผยว่า

“หลายคนชมว่า สวยขึ้นทุกวันเลย ขอบคุณค่ะ ประโยคแรกก็ทำให้ดีใจแล้ว (หัวเราะ) ถึงแม้ว่าจะผ่านไปกี่ปีก็ยังดูแลตัวเองดีเสมอ คือ ก็ต้องออกกำลังกาย​ เพราะเรากลัวว่าถ้าแก่แล้ว​ เดี๋ยวลูกเราแต่งงานมีลูกก็จะไม่มีเวลามาดูเรา​ เราก็ต้องดูแลตัวเองให้ดี มีหมาตัวน้อยๆ ก็ต้องดูแลกันไป (ยิ้ม) จริง ๆ​ น้องหมาลูกสาวเลี้ยง แต่พอเขาไปทำงานก็เป็นหน้าที่เรา และตอนนี้เราก็ละครน้อยลงมีแต่ซีรีส์​ มันก็สนุกไปอีกอย่างนะ ทำให้เราไม่เหงา​ ไม่ต้องฟุ้งซ่าน​ วันพระก็สวดมนต์ไปครึ่งค่อนวันแล้ว

ส่วนการดูแลตัวเองในวัย 60 อัพ พอเลย 60 ไปแล้วก็ต้องหาที่ศัลยกรรมก่อนค่ะ (หัวเราะ) อันดับแรกความเหี่ยวมันมาเป็นปกติอยู่แล้ว 40​ มันก็จะเริ่มมา​ ถ้าเราดูแลตัวเองดีๆ อย่างสมัยก่อนแม่ก็เล่นละครมาตั้งแต่รีเฟล็กซ์เป็นแบบธรรมดา​ คือใช้สังกะสีเป็นรีเฟล็กซ์ ส่องขึ้นมาตาแย่หมดเลย พอมารุ่นนี้แล้วก็จะเจอศัลยกรรมทุกที่ให้ฟรีหมด แต่บังเอิญโชคดีไปเจอคลินิกที่ทำมาแล้วมันตรงกับแม่พอดี​นี่ปีที่ 5 นะคะ​ พอใจมากๆ (ยิ้ม)

ตอนที่ตัดสินใจทำ ถามว่ากลัวเรื่องความผิดพลาดมั้ย เอา​จริงๆ​ ไปทำอยู่ที่หนึ่งหน้าเสียมาก คือให้เขาผ่าดึงหน้า เราก็ไม่รู้ ไม่เคยดึงหน้า แล้วเขาไม่มีห้องผ่าตัด​ ก็ใช้ฉีดยาชาเอา​ แล้วก็​กรีด​ เราได้ยินหมด​ พอเสร็จแล้วมีรอยชัดมาก มันก็ไม่ใช่แล้ว​ แต่อยู่ๆ ที่​คลินิกล่าสุดบอกว่าอยากดูหน้าคุณอำภาหน่อย​ ตอนแรกเขาเชิญไป เราก็ไม่ได้ไป​ คือเราก็โทรฯ ถามว่าทำตาทำนู่นนี่เท่าไหร่ เขาบอกรับรีวิวครึ่งหนึ่ง จ่ายครึ่งหนึ่ง​ แต่พอคุณหมอเห็นหน้าแม่ คุณหมอก็บอกให้เรียกแม่มาดูหน้าหน่อย​ หมอบอกเบ้าหน้าดีมาก​ ขอทำหมดเลย​ ก็ทำหมดเลยค่ะ ไม่เสียตังค์เลย​ ทำทั้งหมดนี่ปี 64 ดึงหน้า ดึงคอ ดึง​ทุกอย่าง​ ประสบความสำเร็จมาก​ ลูกค้าตามมาเยอะมาก ต้องบอกเลยว่าทำเก่งจริงๆ ทำครั้งเดียวจบเลย แต่เราก็จะไปเลเซอร์ให้ดีขึ้น

คือตอนนั้นเราก็มาคุยกับลูก ลูกบอกว่าเขาวางยานะ​ เดี๋ยวคุณแม่ไม่ตื่นนะ​ เราบอกว่าไม่เป็นไร แม่ไม่หายใจก็แปลว่าเลิกกัน​ แต่ถ้าหายใจก็สวยล่ะ (หัวเราะ) ลูกห่วงมาก เพราะแม่ก็อายุเยอะแล้ว​ เมื่อปี​ 64 แม่อายุ 62 ก็เยอะแล้ว ผ่านไป​ 4 ปีหน้าก็ยังโอเคอยู่​ ก็รู้สึกว่าสุดยอดจริงๆ นะ​ การดึงหน้านี่อยู่มากกว่าการที่เราทาสารพัดทุกอย่าง (ยิ้ม) ก่อนหน้าที่จะทำเราบูลลี่ตัวเองทุกวัน​ เพราะพอเราแต่งหน้ามันจะเห็นแผลเป็นที่เราเคยทำไว้​ ยาวเกือบนิ้วก้อยเลย เห็นแล้วเรากลุ้มใจกับตรงนี้จังเลย ฉันไม่ได้ทำฟรีนะ ทำเสียตังค์ด้วย​ ทำไมทำให้ฉันอย่างนี้แล้วไม่มีการแก้ไข สามารถฉีดคีรอยด์ให้หายได้ก็ไม่ทำ​ แต​่ทุกวันนี้เราก็มั่นใจ รู้สึกว่าเราดูดีนะ​ ลูกสาวเราก็ชอบ​

พอครั้งที่ 2 ไปทำเอนโดรไทน์เมื่อต้นปี ก็เจาะส่องกล้อง​ มันก็ทำให้เราได้เปิดหน้า เพราะเมื่อก่อนไม่เคยเปิดหน้าเลย​ เมื่อก่อนจะเป็นผมม้าตลอด (หัวเราะ) เพราะตอนนั้นเรารู้สึกว่ากระชากให้เราเด็กลงนิดนึง​ แต่พอทำเอนโดรไทน์เราก็มั่นใจขึ้น เห็นหน้าผากแล้วโหวงเฮ้งดี เงิน​เข้า​ สวยอีกต่างหาก (ยิ้ม) ก็อยากจะบอกว่าใครที่คิดอยากจะทำ ก็เอาหมอที่เฉพาะทางจริงๆ อย่าเอาหมอที่แค่เรียนเก่งนะ ที่แม่หน้ายับเยินมาน่ะ หมอเขาเก่งทางเรียน​ แต่ไม่ได้เก่งทางเย็บปักถักร้อย​ แต่พอมาเจอหมอที่เย็บเก่ง ปักเก่ง​ หน้าแม่โอเคมาก​ พอใจมาก ตอนนี้อายุเลย 65 แล้ว​ ก็รู้สึกมั่นใจตัวเอง​ และดีใจที่เขายังไม่ทิ้งเรา

ส่วนเรื่องเกษียณวงการบันเทิง แม่คิดว่าเมื่อไหร่ที่จำบทไม่ได้ ขับรถไม่ได้​ เพราะทุกวันนี้กลางวันยังขับรถเอง แต่ถ้าถ่ายถึงกลางคืนก็จะมีคนขับรถ​ และถ้าจำบทไม่ได้ ก็จะไม่ทำให้คนอื่นลำบากใจ​ เราจะหยุดเลย​ แต่ตอนนี้ยังจำบทได้อยู่​ ยังด่าเป็นไฟแลบได้​ 4-5 บรรทัดด่าได้หมด (หัวเราะ)”