เสียงฉาบและดนตรีจากการแสดงงิ้วบนเวทีกลางสถานีวัดมังกรดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มของแฟนคลับรุ่นเก๋าที่ต่างมาจับจองที่นั่งหน้าเวที เป็นรอยยิ้มที่เหมือนได้ทวงคืนบางช่วงเวลาที่เคยสว่างไสวในชีวิต ตลอด 3 ค่ำคืนของงาน BEM Happy Journey 2025 : เยา ยัง เยี่ยม ทำให้เยาวราชกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ถนนสายวัฒนธรรมและความสัมพันธ์ไทย-จีนที่มีมายาวนาน ถูกเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่พบกันของความทรงจำเก่าและความสุขครั้งใหม่ของผู้คนหลายเจนเนอเรชัน ซึ่งงานนี้ไม่ใช่เพียงแค่คัลเจอร์อีเว้นต์กลางย่านเก่าแก่ แต่เป็น “สะพานของวันวาน” ที่ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ร่วมกับ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ตั้งใจให้ทุกคนได้ข้ามกลับไปสัมผัสบรรยากาศเยาวราชในแบบที่เคยอยู่ในหัวใจของใครหลายคน ย่านที่เต็มไปด้วยแสงไฟ สีสัน และชีวิตชีวาที่คุ้นเคย

แม้ทุกวันนี้ความบันเทิงจะอยู่ในสมาร์ทโฟนเพียงปลายนิ้ว แต่สำหรับผู้สูงวัยชาวไทยเชื้อสายจีน ภาพจำที่มีค่าที่สุดคือท่วงท่าลีลาอันงดงามเข้าจังหวะกับเสียงดนตรีและเครื่องแต่งกายอันโดดเด่นของ “งิ้ว” การแสดงที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นศูนย์รวมความบันเทิงของชุมชน ความทรงจำเหล่านั้นจึงกลับมามีลมหายใจ เมื่อคณะไซ้หย่งฮงนำเรื่องราวคลาสสิกอย่าง เปาบุ้นจิ้น ขุนศึกตระกูลหยาง และสามก๊ก มาถ่ายทอดบนเวที เสียงหัวเราะและแววตาที่เปล่งประกายของผู้ชมจึงเป็นหลักฐานว่าอุปรากรจีนเก่าแก่นี้ยังมีพลังมากเพียงใด

เสียงจากผู้คน: ความรู้สึกที่ทำให้งานมีความหมาย

นางกนกวรรณ ศิริวัฒนาโกศล เล่าว่า “อาม่าชอบดูงิ้วมาก ติดตามการแสดงงิ้วมามากกว่า 25 ปีแล้ว ตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็กๆ สมัยที่เยาวราชยังเป็นย่านที่คึกคักสุดๆ พูดถึงเยาวราชก็จะนึกถึงแสง สี เสียง ผู้คนเดินกันแน่นไปหมด ตื่นตาตื่นใจมาก แต่ในสมัยนี้งิ้วเป็นการแสดงที่หาดูได้ยาก ทบไม่ได้เห็นงิ้วเต็มรูปแบบนานมาก บางทีอยากดูแต่การเดินทางก็ไม่สะดวก สุขภาพเองก็ไม่ค่อยไหวเหมือนแต่ก่อน แต่พอมีงานนี้จัดขึ้น อาม่ารู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปในเยาวราชสมัยก่อนเลย ได้เดินดูร้านค้า ได้เห็นไฟสวยๆ ได้ยินเสียงคนพูดคุยกัน กินขนมร้านเก่าที่เคยกินตอนเด็ก ได้ชมการแสดงงิ้วที่ชอบทำให้ความทรงจำตอนเดินเยาวราชสมัยก่อนกลับมา มันเป็นบรรยากาศที่รู้สึกอบอุ่นหัวใจมากจริงๆ

ด้าน นางวันทนี แซ่โค้ว กล่าวว่า “ย่านเยาวราชเป็นย่านที่ทำให้อาม่านึกถึงหลายอย่างในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลตรุษจีน เทศกาลกินเจ หรืออาหารที่ต้องมาซื้อที่นี่ท่านั้น ผู้คนเดินพลุกพล่านเต็มถนน ร้านทองเรียงรายเต็มสองข้างทาง บรรยากาศคึกคัก สมัยเด็กๆ เวลามาเยาวราชต้องนั่งรถเมล์มา แต่ตอนนี้ง่ายมากแค่นั่งรถไฟฟ้ามาก็ถึงแล้ว แถมยังได้ส่วนลดครึ่งราคาสำหรับผู้สูงวัยด้วย พอรู้ว่าจะมีงิ้วที่เยาวราดีใจมาก เพราะงิ้วทำให้ย้อนกลับไปสมัยสาวๆ ที่ไปตามดูงิ้วตามสถานที่ต่างๆ การได้มาชมงิ้วครั้งนี้เหมือนได้เจอกับความทรงจำเก่าทำให้รู้สึกกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

​ในอีกมุมหนึ่งของคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเคยมาชมงิ้วครั้งแรกอย่าง นางสาววายุภักดิ์ ริกุลวิเชฐ เล่าถึงความประทับใจว่า ปกติมาเยาวราชเดือนละครั้งอยู่แล้วเพราะว่าชอบมาไหว้ศาลเจ้า และมากินสตรีทฟู้ด พอเห็นประชาสัมพันธ์ในรถไฟฟ้าระหว่างเดินทางก็เลยแวะร่วมกิจกรรม ซึ่งประทับใจมากที่ได้ชมงิ้วเป็นครั้งแรก ปกติเคยเห็นผ่านรูปหรือคลิปสั้น แต่พอได้ดูใกล้ๆ แบบนี้ ทั้งสีสันของชุด การแต่งหน้า เสียงดนตรี และจังหวะการแสดง    ตื่นตาตื่นใจมากกว่าที่คิด ทำให้เข้าใจเลยว่าทำไมงิ้วถึงเป็นตำนานที่สืบทอดกันมานาน งานนี้น่าสนใจเพราะสามารถผสมผสานวัฒนธรรมเก่าแก่กับบรรยากาศสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว ผู้คนหลายรุ่นมาอยู่ด้วยกันในพื้นที่เดียว ทั้งนักท่องเที่ยว คนรุ่นใหม่ ผู้สูงอายุ หรือแม้กระทั่งคนในชุมชนเยาวราชเอง ช่วยทำให้วัฒนธรรมจีนยังคงมีชีวิตอยู่ และเข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้นด้วย

​ขณะเดียวกัน นางสาววรลักษณ์ แสงธาราทิพย์ ร่วมกิจกรรมอีกท่านเล่าว่า “ชอบกลิ่นอายของเยาวราชที่มีความเป็นย่านวัฒนธรรม แต่สามารถปรับให้มีความเข้ากับยุคสมัยมากขึ้น งานนี้เป็นงานที่ดีมากช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน ร้านค้าร้านอาหารในย่านนี้ได้ประโยชน์จากการท่องเที่ยว และยังได้เผยแพร่ศิลปะเก่าแก่อย่าง งิ้ ซึ่งเป็นการแสดงที่หาชมได้ยาก ทำให้ผู้ที่ยังหลงใหลมีโอกาสได้ชมการแสดงอย่างใกล้ชิด จึงไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเชิงเศรษฐกิจ แต่ยังเป็นการสืบสานวัฒนธรรมดั้งเดิมให้ยังคงมีชีวิตอยู่ในยุคสมัยใหม่อีกด้วย

เยาวราช…ความทรงจำที่ยังหายใจ

สำหรับบางคน เยาวราชอาจเป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยว แต่กับอีกหลายคน คือสมุดภาพที่เต็มไปด้วยเรื่องเล่า แสงไฟ เสียงเครื่องสาย ร้านเก่าแก่ที่คุ้นเคย และความศรัทธาที่ส่งต่อกันรุ่นสู่รุ่น และด้วยรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินทำให้การเดินทางมาย่านนี้ก็ง่ายมากขึ้น เพียงก้าวออกจากชานชาลา ความทรงจำเก่าๆ ก็ราวกับถูกปลุกให้หวนกลับมาอีกครั้ง เยาวราชจึงไม่ใช่แค่ย่านเก่า แต่เป็นความทรงจำที่ยังมีชีวิต พร้อมต้อนรับทุกครั้งที่ได้กลับมาเยือน