“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” รายงานว่า วันที่ 19 ธ.ค.2568 การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือการดำเนินโครงการทางพิเศษ (ทางด่วน) เชื่อมเกาะสมุย เพื่อรองรับระบบสาธารณูปโภคกับ3หน่วยงาน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปาส่วนภูมิภาค และบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน)

แนวเส้นทางก่อสร้างโครงการทางด่วนเชื่อมเกาะสมุย ระยะทาง 37.41 กม.แบ่งเป็น ระดับดิน 15 กม. และสะพานข้ามทะเล 22 กม. มูลค่าลงทุน 5.5 หมื่นล้านบาท อยู่ในขั้นตอนการศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อม ผลงาน กว่า90% จะเปิด รับฟังความคิดเห็นประชาชน ครั้งที่ 3 (สรุปผลการศึกษา) เร็วๆนี้

คาดว่าจะศึกษาแล้วเสร็จต้นปี 2569 เสนอรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ) ต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(สผ.) มีแผนเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาปลายปี 2569 คาดว่าจะเห็นชอบปี 2570 ปี 2571 เริ่มจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน และเปิดประกวดราคา เริ่มก่อสร้างปี 2572 เปิดบริการปี 2577

นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการกทพ.เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า เบื้องต้นรูปแบบการลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน(PPP) กทพ. จะลงทุนก่อสร้างเอง และรัฐช่วยอุดหนุนเนื่องจากวงเงินก่อสร้างสูง ส่วนงานการดำเนินงานและบำรุงรักษา (O&M) ให้เอกชนดำเนินการ การลงนามความร่วมมือกับหน่วยงานด้านสาธารณูปโภคเพื่อร่วมลงทุนโครงการฯ ใช้ทางด่วนเป็นทางผ่านสำหรับท่อส่งน้ำ เคเบิลไฟฟ้า และระบบสื่อสาร จะช่วยประหยัดต้นทุนการก่อสร้างได้มากเมื่อเทียบกับการวางโครงสร้างเหล่านี้ใต้ทะเล

โครงการนี้ปริมาณรถอาจไม่มากนัก ค่าก่อสร้างสูง เพราะเป็นทางด่วนข้ามทะเลแห่งแรก และยาวที่สุดในประเทศไทย ค่าผ่านทางอาจแพงกว่าทางด่วนทั่วไป ยังอยู่ระหว่างศึกษาและพิจารณา เบื้องต้นรถยนต์ 4 ล้อ ประมาณ 1 พันบาท (ไปกลับ 2 พันบาท) เดินทางเข้า-ออกเกาะสมุยได้ตลอด 24 ชม. คาดการณ์ปริมาณการจราจรอยู่ที่ 7-8 พันคันต่อวัน ช่วยลดเวลาเดินทางเรือเฟอร์รี่1.5-3 ชม.เหลือเพียง 15-20 นาที เป็นทางเลือกให้คนในพื้นที่และส่งเสริมการท่องเที่ยว

สำหรับข้อเรียกร้องให้รถจักรยานยนต์(จยย.) ใช้บริการด้วยนั้นยังอยู่ระหว่างพิจารณา