จากอุบัติเหตุช็อกโลกกลางเวทีมิสยูนิเวิร์ส ครั้งที่ 74 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ เมื่อ “ดร.กาเบรียล เฮนรี” มิสยูนิเวิร์สจาเมกา พลัดตกหลุมเวทีระหว่างการประกวดรอบชุดราตรี (พรีลิมฯ) จนต้องหามส่งโรงพยาบาลกะทันหัน ท่ามกลางกระแสข่าวลือเรื่องอาการโคม่า

ล่าสุดในงาน “2025 Thailand Headlines Person of the year” ทางด้าน “ณวัฒน์ อิสรไกรศีล” ในฐานะตัวแทนผู้จัดการประกวดฝั่งไทย ได้ออกมาอัปเดตสถานการณ์อย่างละเอียดว่า

“สำหรับ “ดร.กาเบรียล เฮนรี” มิสยูนิเวิร์สจาเมกา 2025 ก็กลับไปเรียบร้อยแล้วครับ ค่ารักษา 2 ล้านกว่าบาท เพราะน้องก็อยู่ดีกินดี รักษาเต็มที่ รักษาที่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ย้ายมาจากโรงพยาบาลเดิมที่เข้าฉุกเฉินไป ก็เพิ่งกลับไปเมื่อ 5 วัน ที่ผ่านมา ก็มีการจัดแพทย์และพยาบาลขึ้นเครื่องไปส่งถึงจาเมกา เพราะเป็นการรีเควสของคนไข้ ดูจากอาการแล้วน้องทานข้าวได้ปกติ ทุกอย่างปกติ เพียงแต่น้องบอกว่าอาจจะมีมึนๆ หัวในบางจังหวะอยู่ ก็คิดว่าไม่น่าจะเป็นปัญหาใหญ่ น่าจะโอเคอยู่ก็คือการใช้ชีวิตได้
ส่วนข่าวออกมาว่าอาการโคม่า ตอนที่ไปจากเรา ผมไม่ได้ไปส่ง แต่ผมก็เช็กงานจากทางองค์กรยูนิเวิร์ส ก็ทานข้าวได้ ใช้ชีวิตปกติได้ โดยปกติถ้าโคม่าขึ้นเครื่องไม่ได้อยู่แล้ว เพียงแค่อาจจะอยู่ในอาการที่ยังไม่ 100% แต่สามารถที่จะสื่อสาร รับรู้ คือเครื่องบินมีแบบเดียว ถ้าคุณโดยสารแบบปกติ จะต้องเป็นเครื่องบินที่เขายอมรับความปลอดภัยในระดับหนึ่ง เขาถึงให้คุณขึ้น แต่อาจจะมีแพทย์ พยาบาลเป็นเพื่อน ก็จะเป็นความปลอดภัยอีกระดับหนึ่ง แต่ถ้าคนที่สาหัสหรือเป็นคนไข้ที่หนัก ส่วนมากจะต้องเคลื่อนย้ายด้วยเครื่องบินสำหรับปฐมพยาบาล เป็นเครื่องบินเล็ก ก็คือนอนนิ่ง แต่มันไม่ได้เป็นระบบนั้น แต่ผมก็ไม่รู้ว่าไปแล้วจะหนักแค่ไหนนะ อันนี้ไม่ทราบจริงๆ ครับ
และค่าใช้จ่ายองค์กรก็รับผิดชอบไป ประกันก็เต็มความสามารถ บางอย่างที่โอเวอร์กันประกัน มันเป็นการรักษาหรือขอพิเศษ ทางองค์กรยูนิเวิร์สเขาก็ยอมจ่ายให้นะครับ คือในเงื่อนไขเราทำประกันให้แล้ว ก็คือจ่ายแล้ว ส่วนเกินก็สามารถที่จะดูแลให้ ทางครอบครัวหรือทางจาเมกาก็ไม่ได้ต้องจ่ายอะไร รวมถึงการเดินทางกลับ ซึ่งกลับพร้อมกับครอบครัวด้วย เอาพยาบาลติดไปด้วย ก็ตั้งแต่ขึ้นเครื่องไปจนถึงจาเมกา พอถึงก็กลับ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดเป็นหน้าที่ของทางองค์กรและประกันอยู่แล้ว เราก็ทำงานเต็มความสามารถและเต็มที่ในลักษณะของการเกิดอุบัติเหตุและต้องช่วยเหลือครับ
ผมไม่แน่ใจว่าในอนาคตจะมีอะไรเกิดขึ้น อาจจะมีการเรียกร้องอะไร ผมไม่รู้จริงๆ ทั้งหมดผมส่งทอดเรื่องนี้กลับไปที่ยูนิเวิร์สที่เม็กซิโกเรียบร้อยแล้ว ว่าเป็นเรื่องของระหว่างทางจาเมกากับทางองค์กรนะ เพราะเราหมดหน้าที่ประเทศเจ้าภาพแล้ว เราได้ดูแลในขอบเขตของประเทศไทยจบสิ้นแล้ว และเราก็ได้เก็บเรคคอร์ดที่เกิดขึ้นว่าเกิดจากอะไร เพราะเรามีเทป เราชี้แจงไปหมดแล้ว เราทำหน้าที่ในฐานะเจ้าภาพ ในฐานะมนุษยธรรม ในฐานะผู้ดูแล ในฐานะผู้ที่ทำประกันให้ครบถ้วนทุกอย่างแล้วครับ

เห็นว่าเขาจะฟ้องกับสิ่งที่เกิดขึ้น อันนี้ผมถึงได้บอกว่าผมไม่แน่ใจว่าอาการจริงๆ ตอนนี้เป็นยังไงกันแน่ ไม่แน่ใจว่าอาการนี้จะไปบวกกับเอกสาร หรือจะไปบวกกับคำร้อง ผมก็ไม่แน่ใจ แต่ถามว่ามีสิทธิมั้ย ก็มีสิทธินะครับ ผมยังยืนตามหลักมนุษยชน เขาก็มีสิทธิที่จะเรียกร้องหรือต่อต้านอะไรก็ได้ เป็นสิทธิส่วนตัวที่สมบูรณ์แบบ แต่เราก็มีสิทธิอธิบายและรอไป แต่โดยเบื้องต้นคุยกันหรือลูกน้อง หรือเจ้าหน้าที่ติดต่อพูดคุย ครอบครัวก็เป็นคนไนซ์ เป็นคนเข้าใจได้ ครอบครัวก็เป็นหมอ ตัวน้องเองก็เป็นหมอนะ ซึ่งก็เข้าใจกันได้และไม่มีอะไรที่ก่อให้เกิดบรรยากาศที่ตึงเครียดขณะอยู่เมืองไทย มีการออมชอม มีการช่วยเหลือ มีการทำความเข้าอกเข้าใจ และองค์กรยูนิเวิร์สก็ส่งคนมาดูแลตลอดเวลา แต่ถ้าหลังจากนี้เมื่อกลับไปแล้วจะมีอะไรเกิดขึ้น เราก็ต้องยอมรับสภาพที่มันเกิดครับ
ตอนนี้ถ้าจะบอกก็ต้องบอกที่ยูนิเวิร์สองค์กรแม่สำนักงานใหญ่ หมดสิ้นจากภาระของเรา แต่ถ้าจะฟ้องผมก็ไม่รู้ว่าจะฟ้องใคร ถ้าจะฟ้องโดยปกติก็ต้องฟ้องยูนิเวิร์ส เพราะสนธิสัญญาระหว่างเขากับยูนิเวิร์ส แต่สำหรับเราที่จบไปเราก็ต้องยืนยันอีกครั้งว่าเราได้ดูแลทุกคนอย่างดี 120 คน มันตกไป 1 คน สาเหตุการตกเราก็พูดอย่างชัดเจนนะ เรามีบล็อกกิ้งถึงจุดไหนแล้วเลี้ยง ทุกคนก็เดินไปถึงจุดนั้น แต่น้องเดินมาไม่ถึงจุด ห่างเยอะมาก ไกลๆ เลย เดินมาได้ประมาณ 2/3 ของรันเวย์ และเลี้ยวเองเลย และไม่ได้เข้าทางด้วย มันก็เลยลงช่องไป เราก็เก็บเรคคอร์ดตรงนั้นเป็นหลักฐาน ว่าทุกๆ คนเดินมาตรงไหนและทำอะไร ผ่านการฝึกซ้อมอย่างดี และรันเวย์ของเราไม่ว่าจะปีกซ้าย ปีกขวา ปีกกลาง เป็นรันเวย์ที่ใหญ่มาก เป็นรันเวย์ที่คนยืนหลายๆ คนแล้วเต้นได้ มาพร้อมๆ กัน 120 คน เต็ม 3 รันเวย์ได้ มันก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นเส้นที่เล็กมากจนก่อให้เกิดความน่าหวาดเสียว เพราะวิ่งกันได้ เต้นกันได้ เรียงหน้ากันได้ 5 คนต่อรันเวย์ แต่การตกต้องยอมรับว่าสิ่งหนี่งที่เราเห็นได้ชัด เราได้ดูเทปแล้ว คือน้องไม่ได้จดจำคิวที่จะต้องดำเนินการแสดงหรือดำเนินการประกวดครับ
บางสื่อบอกว่าน้องไม่ได้ไปซ้อม อันนั้นก็อาจจะมีส่วนนะครับ เพราะน้องอาการก็ไม่ค่อยดี เหมือนไม่ค่อยสบาย และก่อนขึ้นก็เหงื่อออก ดูเหมือนจะไม่ค่อยไหว และทางเจ้าหน้าที่เราที่อยู่ด้านหลังก็ถามว่าไหวมั้ย น้องก็บอกว่าไหว แต่เราก็ไม่อยากจะไปบอกว่าน้องไม่ซ้อม เพราะน้องก็ป่วยแล้ว เอาเป็นว่าซ้อมมากซ้อมน้อยไม่ใช่ประเด็น แต่ประเด็นคือไม่ได้จำบล็อกกิ้งที่จะเดินจริง เรามีวงกลมเล็กๆ เป็นจุดมาร์กไว้ให้อยู่แล้ว ถ้าเดินจบและเลี้ยวยังไงมันก็เกินแสนเกิน แต่น้องเดินมาไม่ถึง และเลี้ยวโดยที่ไม่มองเลยว่าเดินไปไหน และก้าวลงไปเลย ถ้าทุกคนเห็นภาพนะ ก้าวเลยโดยที่ไม่มีการบ่งบอกสัญญาณใดๆ ทั้งสิ้นครับ”




