เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. นายชัยณรงค์ พูลสิน ผู้อำนวยการโครงการจัดตั้งกองอาคารสถานที่ ภูมิทัศน์และสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ซึ่งได้เข้าร่วมกิจกรรมทำโพลเลือกตั้งปี 2569 กล่าวถึงความร่วมมือระหว่างเดลินิวส์และเครือมติชนในครั้งนี้ ถือเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อสังคมไทย เนื่องจากเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมทางการเมือง แสดงความคิดเห็น และแสดงเจตจำนงในการเลือกผู้นำประเทศก่อนถึงวันเลือกตั้งจริง
นายชัยณรงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า โพลดังกล่าวไม่เพียงเป็นการสำรวจความคิดเห็นเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการสะท้อนเสียงของประชาชนไปยังภาคการเมืองและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อให้การกำหนดนโยบายและทิศทางประเทศสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่จะถึงนี้
ผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์ถึงประเด็นที่น่าสนใจเรื่องในฐานะประชาชนขอทราบมุมมองเรื่องความเห็นการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น นายชัยณรงค์ กล่าวว่า ในฐานะประชาชน ต่อมุมมองการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง โดยระบุว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนรัฐบาลแต่คือ “การปะทะกันทางความคิดครั้งใหญ่” ระหว่างขั้วอนุรักษ์นิยมที่ต้องการรักษาสถานะเดิม กับขั้วเสรีนิยมก้าวหน้าที่ต้องการเปลี่ยนโครงสร้างประเทศ พร้อมคาดว่าจะเห็นการใช้ “นิติสงคราม” และกลยุทธ์ดิจิทัลเป็นเครื่องมือทางการเมืองอย่างเข้มข้น โดยการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นบทพิสูจน์ว่าฉันทามติของประชาชนจะเอาชนะกลไกทางรัฐธรรมนูญได้หรือไม่

เมื่อถามถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลที่ประชาชนต้องการ นายชัยณรงค์ มองว่าสังคมไทยกำลังแสวงหาผู้นำแบบ “Hybrid” คือ เก่งเศรษฐกิจแบบ CEO มีวิสัยทัศน์สากล ควบคู่กับ ความสามารถประนีประนอม ลดความขัดแย้งระหว่างรุ่น และเข้าถึงประชาชนเพื่อพาประเทศออกจากวงจรความขัดแย้ง
สำหรับทิศทางการเมืองหลังเลือกตั้ง นายชัยณรงค์ชี้ว่า ในการเมืองไทย ผู้ชนะเลือกตั้งอาจไม่ใช่ผู้จัดตั้งรัฐบาล ทุกอย่างขึ้นอยู่กับ สมการตัวเลขรัฐบาลผสม โดยมีแนวโน้มสูงที่จะเกิด รัฐบาลผสมข้ามขั้ว และนายกรัฐมนตรีอาจไม่ใช่ผู้มีคะแนนนิยมสูงสุด แต่เป็นบุคคลที่ “ปลอดภัย” ต่อกลุ่มอำนาจเดิม มากที่สุด
ท้ายสุด นายชัยณรงค์ ระบุว่า ความคาดหวังทางการเมืองแบ่งเป็น 2 ระยะ คือระยะสั้น ประชาชนต้องการมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจแบบเร่งด่วนระยะยาว คนรุ่นใหม่และภาคธุรกิจต้องการการรื้อโครงสร้าง ทั้งการกระจายอำนาจ ปฏิรูประบบราชการ และแก้รัฐธรรมนูญ โดยโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลใหม่คือ จะรักษาสมดุลระหว่าง “การแจกเพื่อความพอใจ” กับ “การแก้โครงสร้างเพื่ออนาคต” ได้อย่างไร



