อันยองแฟนๆ “บันเทิงเดลินิวส์” ผู้น่ารักของ “นูน่าเมี้ยน” ทุกท่าน กลับมาพบกันเป็นประจำทุกวันศุกร์ กับคอลัมน์สุดเลิศอย่าง “SeoulStation” คอลัมน์ที่ได้ที่รวบรวมเรื่องราวข่าวสารของวงการบันเทิง K-Pop นักแสดง ไอดอลเกาหลีในรอบสัปดาห์มาอัปเดตแบบจัดเต็มพิเศษเพื่อให้เป็นพื้นที่ที่แฟนๆ คอเกาหลีทุกคนได้เขามาอ่านกันอย่างจุใจ ซึ่งสำหรับสัปดาห์นี้นูน่าจะขอพามาพูดคุยสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับเรื่องราวของศิลปินเกาหลีชื่อดัง “เหรินจวิ้น” หรือ “อินจุน” (RENJUN) สมาชิกวง “NCT” ที่ได้บินลัดฟ้าร่วมงานที่ไทยสุดยิ่งใหญ่ในฐานะพรีเซนเตอร์ของน้ำหอมกลิ่น “Mine Wish” ของน้ำหอมแบรนด์ไทย “JANUA” กับงาน “JANUA x RENJUN – WE MAKE THE PHENOMENON” อีเวนต์ที่ถ่ายทอดการเดินทางมาสู่วันที่แบรนด์ JANUA และพรีเซนเตอร์ เหรินจวิ้น ที่ต่างพากันร่วมกันสร้างปรากฏการณ์ระดับโลกมาด้วยกัน

ซึ่งบอกได้เลยว่าในโลกธุรกิจยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยการแข่งขันสูง แบรนด์เล็ก ๆ จำเป็นต้องอาศัยจุดเปลี่ยนที่ทรงพลังเพื่อก้าวขึ้นสู่ความสำเร็จ  เรื่องราวของแบรนด์น้ำหอมJANUAในครั้งนี้ คือบทพิสูจน์ที่ชัดเจนถึงพลังของ “พลังแฟนคลับ” (Fandom Communities) ที่ได้เปลี่ยนชะตาของแบรนด์ไทยนี้ให้กลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลก ด้วยแรงขับเคลื่อนจาก “เหรินจวิ้น” และก่อนที่ “นูน่าเมี้ยน” จะพาไปพบกับช่วงเวลาแห่งอบอุ่นที่อบอวลไปด้วยความประทับใจในวันงาน JANUA x RENJUN – WE MAKE THE PHENOMENON” ก็อยากจะพาย้อนฟังถึงเรื่องราวของปรากฎการณ์ระดับโลกครั้งนี้อีกครั้ง!

สำหรับปรากฎการณ์ความสำเร็จของJANUA” เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์ม X เมื่อผู้ใช้จริงได้แชร์ประสบการณ์อันน่าตื่นเต้นระหว่างเข้าร่วมกิจกรรมแฟนไซต์ (กิจกรรมแจกลายเซ็น) ของวง NCT Dream ที่เกาหลีใต้ โดยระบุว่า “วันนี้เหรินจวิ้นถามเราว่าใช้น้ำหอมอะไรเหรอ หอมมาก เราบอกเราใช้น้ำหอม Janua เป็นแบรนด์ไทย น้องก็ว้าววว หอมมากๆเลย เราก็บอกว่าราคาถูกมากนะ ไม่ถึงหมื่นวอน (เราซื้อมาในราคา 199 บาท) น้องก็ตกใจ แล้วบอกว่าถูกมาก แต่กลิ่นหอมมาก เราบอกน้องว่าให้น้องสาวน้องเตนล์พาไปซื้อสิ น้องบอกโอเค๊ แล้วน้องเขียนให้ว่ากลิ่นหอมมาก 55555”ประสบการณ์ที่ถูกบอกเล่าอย่างจริงใจนี้ได้สร้างแรงกระเพื่อมอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดแฮชแท็ก #น้ำหอมน้องอินจุน” ที่เป็นไวรัลไปทั่วโลกโซเชียล ทั้ง X และ TikTok

นี่คือช่วงเวลาที่แบรนด์ได้พิสูจน์คุณค่าของผลิตภัณฑ์ด้วยเสียงของผู้ใช้จริง ไม่ใช่เพียงแค่การโฆษณา และพลังของแฟนคลับที่ต้องการตามรอย “กลิ่นอาย” ของไอดอลที่รัก ก็ได้สร้างยอดขายที่ถล่มทลาย จนสินค้าหมดสต็อกในชั่วข้ามคืน กลายเป็นกรณีศึกษาชั้นดีของการตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยความรู้สึก และการรับรู้ถึงปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ Janua ตัดสินใจก้าวไปอีกขั้น ด้วยการนำกระแสมาต่อยอดสู่การเป็นพันธมิตรทางธุรกิจอย่างเป็นทางการ ในช่วงต้นเดือนกันยายน 2568 แบรนด์ได้ประกาศเปิดตัว “เหรินจวิ้น” ในฐานะ Global Presenter คนแรก ของแบรนด์ ซึ่งการประกาศดังกล่าวได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก การตอบรับของแฟนคลับนั้นรุนแรงและรวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ ส่งผลให้แฮชแท็ก #JanuaxRenjun” ทะยานขึ้นสู่อันดับ 1 เทรนด์ X ของโลกภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ยืนยันถึงอิทธิพลระดับโลกของศิลปินท่านนี้

ผลลัพธ์ที่ตามมาคือความสำเร็จทางธุรกิจที่ไม่เคยมีมาก่อน แคมเปญเปิดตัวกับเหรินจวิ้นสามารถสร้างยอดขายได้สูงถึง 13 ล้านบาท ภายในระยะเวลาเพียง 24 ชั่วโมงแรก ซึ่งไม่เพียงแต่ทำลายสถิติเดิมของแบรนด์เท่านั้น แต่ยังตอกย้ำว่า เมื่อแบรนด์เล็ก ๆ กล้าที่จะลงทุนและต่อยอดจากพลังของแฟนคลับอย่างถูกจังหวะ ความสำเร็จที่ก้าวกระโดดก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

อย่างไรก็ตาม งานJANUA x RENJUN – WE MAKE THE PHENOMENON” ซึ่งเป็นงานเปิดตัว เหรินจวิ้น ในฐานะ Global Presenter คนแรกของแบรนด์น้ำหอมไทย JANUA ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเปิดตัวสินค้า แต่เป็นเสมือนการเฉลิมฉลองปรากฏการณ์ที่แบรนด์และแฟนคลับได้ร่วมกันสร้างขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ บริเวณโดยรอบพื้นที่จัดงานก็ถูกโอบล้อมด้วย “คลื่นพลังรักสีเหลือง” ของแฟนคลับที่เดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศ หลายคนสวมใส่เสื้อผ้าโทนสีที่สื่อถึงแบรนด์และศิลปิน มือถือแท่งไฟและป้ายเชียร์ที่ออกแบบอย่างพิถีพิถัน บรรยากาศก่อนงานเริ่มเต็มไปด้วยเสียงกระซิบที่ตื่นเต้นและรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง

ทางเข้างานถูกประดับตกแต่งด้วยซุ้มภาพถ่ายและอินสตอลเลชั่นที่สะท้อนถึงความหอมสดชื่นของกลิ่น Mine Wish ผสมผสานกับความลุ่มลึกอย่างมีสไตล์ของ JANUA อากาศไม่ได้เพียงแค่อบอ้าวด้วยอุณหภูมิภายนอก แต่ยังอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมที่ผสมผสานกันอย่างนุ่มนวล ราวกับเป็นการเตรียมสัมผัสทางอารมณ์ให้ทุกคนพร้อมรับประสบการณ์ที่กำลังจะมาถึง

เมื่อถึงเวลาที่รอคอย แสงไฟทั้งหมดถูกหรี่ลง ก่อนที่เหรินจวิ้นจะปรากฏตัวบนเวทีด้วยลุคที่ดูสง่างามแต่ก็ยังคงความอบอุ่นในแบบฉบับของเขาเอง รอยยิ้มแรกที่ส่งออกมาจากใจจริงได้ละลายความตื่นเต้นทั้งหมดให้กลายเป็นความประทับใจ ภาพที่เขายืนอยู่บนเวทีภายใต้ฉากหลังที่เป็นโลโก้ Janua ขนาดใหญ่ คือสัญลักษณ์ที่ยืนยันการก้าวข้ามพรมแดนของแบรนด์ไทยได้อย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมกับเสียงกรี๊ดจากเหล่า NCTzen” (ชื่อเรียกแฟนคลับ NCT) ที่ต่างพากันส่งเสียงต้อนรับอย่างอบอุ่นหัวใจ ทำเอาทุกคนที่เห็นต่างพากันใจละลายไปกับความน่ารักของอินจุน ก่อนที่หลังจากนั้นเหรินจวิ้นได้ทักทายแฟนคลับที่มารอเจอด้วยประโยคภาษาไทย “สวัสดีครับ ผมเหรินจวิ้นนะครับ” และร่วมพูดคุยทักทายกับแฟนคลับอย่างเป็นกันเอง ช่วงเวลาบนเวทีเต็มไปด้วยความประทับใจ เหรินจวิ้นไม่ได้ทำหน้าที่แค่พรีเซนเตอร์ แต่เขาสื่อสารด้วยความจริงใจ เขาเล่าถึงความรู้สึกที่ประหลาดใจและดีใจเมื่อรู้ว่าคำชมของเขานั้นได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่

ทักทายแฟนๆ สักหน่อย?

เหรินจวิ้น : “สวัสดีครับ ผมเหรินจวิ้นครับ คือวันนี้ทุกคนมากันเยอะมากๆ เลย ขอบคุณมากๆ เลยนะครับ (พิธีกร : แฟนๆ อยากจะกรี๊ดมากเลย กรี๊ดได้มั้ย) ได้เลยครับ”

รู้สึกอย่างไรบ้างที่แฟนๆ ให้การต้อนรับมากมายขนาดนี้?

เหรินจวิ้น : “คือตัวผมได้ร่วมทำงานกับแบรนด์ JANUA ครั้งนี้เป็นครั้งแรกด้วยครับ ผมก็รู้สึกดีใจมากๆ เลยครับ วันนี้พวกเราก็มาสนุกด้วยกันนะครับ ขอบคุณครับ (ภาษาไทย)”

ความรู้สึกที่ได้ร่วมกับแบรนด์น้ำหอมไทย JANUA ในฐานะพรีเซนเตอร์ของแบรนด์ เป็นอย่างไรบ้าง?

เหรินจวิ้น : “คือการที่ผมได้มาทำงานร่วมกับแบรนด์ JANUA ก็เป็นกับโชคชะตาเลยนะครับ เพราะตอนนั้นเป็นงานแฟนไซต์งานหนึ่ง และมีแฟนคลับคนหนึ่งที่ได้ฉีกน้ำหอมแบรนด์ JANUA และเดินทางมาหาผม ซึ่งผมก็ถามแฟนคลับคนนั้นไปว่านี้คือน้ำหอมกลิ่นอะไรหรอ แล้วแฟนคลับคนนั้นก็แนะนำน้ำหอมแบรนด์ให้ผมครับ เขาบอกว่าน้ำหอมตัวนี้ดีนะ ลองมั้ยอะไรแบบนี้ จนมาถึงตอนนี้ผมก็ได้มาเป็นพรีเซนเตอร์ของแบรนด์ JANUA ในที่สุดครับ”

ครั้งแรกที่คุณได้กลิ่นน้ำหอมนั้น คุณรู้สึกอย่างไร?

เหรินจวิ้น : “ตอนแรกเลยที่ผมได้กลิ่นน้ำหอมนี้ คือผมรู้สึกสดชื่น และมันรู้สึกสดใสมากๆ และทำให้ผมรู้สึกเอ๊ะขึ้นมาว่ามันคือกลิ่นอะไร”

ช่วยเล่าบรรยากาศเบื้องหลังการถ่ายทำ TVC สักหน่อย เป็นอย่างไรบ้าง?

เหรินจวิ้น : “ก่อนอื่นเลยครับ ตอนถ่าย TVC ครั้งแรกก็คือถ่ายทำกันวันเดียวเสร็จเลยครับ ผมรู้สึกว่ามันง่ายมากเลยครับ บรรยากาศในการถ่ายทำคือดีมากๆ เลย ผมรู้สึกขอบคุณมากๆ เลยครับ”

สำหรับน้ำหอมคอลเลคชั่นน้ำหอมคอลเลคชั่น “Girl Material Collection” นอกจากลิ่น “Mine Wish” ที่คุณเป็นพรีเซนเตอร์แล้ว มีกลิ่นไหนที่คุณอยากแนะนำอีกมั้ย?

เหรินจวิ้น : “ก็เป็นกลิ่นที่ผมฉีดมาวันนี้ครับ กลิ่น Kiss Me More ครับ คือชื่อกลิ่นนี้มันโรแมนติกมากๆ แต่กลิ่นจริงๆ มันเป็นกลิ่นที่ง่าย แล้วก็ดูสดใสสดชื่นแลยครับ”

ถ้าหากคุณมีเวลา 30 วินาทีในการพรีเซนต์น้ำหอมกลิ่น Mine Wish คุณอยากจะพรีเซนต์อะไร?

เหรินจวิ้น : “ถ้าให้ผมเปรียบเทียบ ก็คงเป็นเหมือนลำธารลำธารหนึ่งที่เราอยู่ตรงนั้น และจะมีสะพานที่ใช้ข้ามลำธารนั้น แล้วผมก็จะไปยืนอยู่ที่กลางสะพาน และจะรู้สึกถึงกลินของธรรมชาตินั้นขึ้นมา และผมก็นะนอนอยู่บนสะพานแห่งนั้น แล่วแหงนหน้ามองดูดวงดาวในค่ำคืนนั้น คือมันจะเป็นกลิ่นที่ทำให้ผมรู้สึกแบบนั้นเลยครับ”

คุณเดินทางมาครั้งนี้ทำหน้าที่ในฐานะพรีเซนเตอร์อย่างสมบูรณ์แบบมาก?

เหรินจวิ้น : “ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งเลยครับที่ผมได้เดินทางมาที่นี่ และมาร่วมงานในโอกาสนี้ แล้วก็ได้เจอ NCTzen ชาวไทยทุกคนที่นี่ด้วยครับ”

ในช่วงสิ้นปีแบบนี้มีอะไรอยากฝากถึงแฟนๆ ชาวไทยบ้าง?

เหรินจวิ้น : “สำหรับปี 2025 ก็ใกล้จะจบลงแล้วนะครับ ก็ปล่อยให้ปี 2025 มันผ่านไป แล้วผมก็อยากจะให้ในปี 2026 ที่ใกล้จะถึงนี้ อยากให้ทุกคนได้เริ่มต้นใช้ชีวิตใหม่ที่สดใสนะครับ”

เมื่อม่านของงานปิดลง สิ่งที่หลงเหลืออยู่ไม่ใช่แค่ภาพถ่ายและของที่ระลึก แต่เป็น “ความทรงจำ” อันหอมหวานของการรวมพลังระหว่างไอดอลระดับโลกและแบรนด์ไทยเล็ก ๆ ที่กล้าหาญ การร่วมงานในครั้งนี้ได้กลายเป็นตำนานแห่ง “พลังแฟนคลับ” ที่จะถูกเล่าขานต่อไปตราบนานเท่านาน และยิ่งตอกย้ำว่างาน “WE MAKE THE PHENOMENON” คือการประกาศชัยชนะของแบรนด์ที่มองเห็นพลังของแฟนคลับ และการผนึกกำลังเพื่อก้าวไปสู่ตลาดโลกด้วยกันอย่างแท้จริง นอกจากนี้เหรินจวิ้นยังได้กลายเป็นผู้ผลักดันที่สำคัญยิ่ง ทำให้ JANUA ไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์เล็ก ๆ อีกต่อไป แต่กลายเป็นแบรนด์ที่กลิ่นหอมได้เดินทางข้ามพรมแดน วัฒนธรรม และภาษา ทำให้ผู้คนทั่วโลกได้เห็นและรับรู้ว่า “พลังความรักจากแฟนคลับ” สามารถซัพพอร์ตศิลปินที่รักอย่างไร้พรมแดนได้ด้วยเช่นกัน!.


คอลัมน์ “SeoulStation”
โดย “นูน่าเมี้ยน”