นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล วุฒิสมาชิก ในฐานะเลขาธิการและโฆษกคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา เปิดเผยว่า พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการฯ ได้เรียกประชุมคณะกรรมาธิการ เพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อพิพาทระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา ซึ่งนำไปสู่การสู้รบตามแนวชายแดนในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคตะวันออก สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีทหารเสียชีวิตแล้วกว่า 20 นาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง ขณะเดียวกันประชาชนในพื้นที่ชายแดนได้รับผลกระทบด้านความปลอดภัย ต้องอพยพไปยังศูนย์อพยพมากกว่า 200,000 คน และได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก
นายไชยยงค์ ระบุว่า ในขณะที่ทหารและตำรวจต้องสูญเสียชีวิตหรือพิการจากการปฏิบัติหน้าที่ และประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการที่กัมพูชาเปิดฉากรุกรานอธิปไตยของไทย กลับพบว่ายังมีการลักลอบนำเข้า–ส่งออกสินค้าทางการเกษตรตามช่องทางธรรมชาติบริเวณแนวชายแดน รวมถึงมีการส่งออกยุทธภัณฑ์จากประเทศไทยไปสนับสนุนกัมพูชา
นอกจากนี้ ยังพบความผิดสังเกตในการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงจากประเทศไทยไปยัง สปป.ลาว ผ่านด่านชายแดนช่องเม็ก จังหวัดอุบลราชธานี เป็นจำนวนมาก โดยมีรายงานข่าวว่าน้ำมันดังกล่าวถูกส่งต่อไปยังกัมพูชา อีกทั้งยังมีข้อมูลเกี่ยวกับขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนจากประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ ที่ลำเลียงน้ำมันเชื้อเพลิงและยุทธปัจจัยไปยังกัมพูชาทางทะเล ผ่านพื้นที่ที่มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศไทย
คณะกรรมาธิการการทหารฯ เห็นว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมีความไม่ชอบมาพากล และอาจมีการฉวยโอกาสค้าสงครามจากกลุ่มพ่อค้าและหน่วยงานบางแห่งที่เพิกเฉยต่อความผิดปกติ อันอาจสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อความมั่นคงของประเทศ
ด้วยเหตุนี้ คณะกรรมาธิการจึงกำหนดเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ปลัดกระทรวงพลังงานหรือผู้แทน อธิบดีกรมศุลกากรหรือผู้แทน และเลขาธิการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลหรือผู้แทน เข้าชี้แจงในวันที่ 23 เวลา 09.00 น. ณ ห้อง CA 331 ชั้น 3 เกี่ยวกับมาตรการควบคุมการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงและยุทธภัณฑ์ รวมถึงการสกัดกั้นน้ำมันและยุทธปัจจัยทางทะเลในพื้นที่เสี่ยง และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องกับการรักษาอธิปไตยและความมั่นคงของชาติ



