เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. วัดป่าศรีมงคล ต.โนนกาเล็น อ.สำโรง จ.อุบลราชธานี ได้มีประกาศแจ้งการละสังขาร พระราชวัชรสิริมงคล (หลวงปู่สี สิริญาโณ) อายุ 102 ปี พรรษา 82 ประธานสงฆ์ วัดป่าศรีมงคล สาขาที่ 13 วัดหนองป่าพง ระบุว่า ตามที่ พระราชวัชรสิริมงคล (หลวงปู่สี สิริญาโณ) ประธานสงฆ์วัดป่าศรีมงคล ได้เข้ารับการรักษาอาการอาพาธที่โรงพยาบาล ตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค. 2568 คณะแพทย์ผู้ดูแลรักษาให้การรักษาอย่างใกล้ชิดเต็มความสามารถร่วมกับการใช้เครื่องช่วยระบบหายใจ อาการดีขึ้นและสลับกับคงที่ตามลำดับมา คณะศิษย์ได้นำหลวงปู่กลับมาพักที่วัดป่าศรีมงคล
ล่วงถึงวันที่ 23 ธ.ค. พระราชวัชรสิริมงคล มีอาการทรุดลงและได้ละสังขารด้วยอาการสงบ ในวันที่ 24 ธ.ค. 2568 เวลา 08.44 น. รวมสิริอายุ 102 ปี พรรษา 82 วัดป่าศรีมงคล และคณะแพทย์ผู้ดูแลรักษา จึงขอประกาศแจ้งข่าวการละสังขารของพระราชวัชรสิริมงคล ให้ได้ทราบโดยทั่วกัน ทั้งนี้กำหนดการอื่นๆ ทางวัดจะได้แจ้งให้ทราบในโอกาสต่อไป

สำหรับ พระราชวัชรสิริมงคล หรือ “หลวงปู่สี สิริญาโณ” เป็นลูกศิษย์รุ่นแรกของพระโพธิญาณเถร หรือ หลวงพ่อชา สุภัทโท วัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี นับได้ว่าเป็นผู้มีพรรษามากที่สุดในบรรดาศิษย์ที่ยังดำรงธาตุขันธ์ หลวงปู่สี เกิดเมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2467 ที่บ้านเปือย หมู่ที่ 3 ต.โนนกาเล็น อ.สำโรง จ.อุบลราชธานี เกิดความเบื่อหน่ายกับการงานที่ทำจำเจไม่จบไม่สิ้น อยากจะบวชเรียนหาความรู้ เมื่ออายุครบ 20 ปี พ่อนำไปฝากเป็นศิษย์วัดกับหลวงพ่อกลม เจ้าอาวาสวัดบ้านเปือย ก่อนที่จะเข้าพิธีอุปสมบทที่วัดป่าบ้านเปือย เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2488 เวลา 16.20 น. มีพระครูสีลสุนทร (ทา) เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อกลม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และหลวงพ่อสงค์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า สิริญาโณ

พ.ศ.2512 มีโอกาสมาพบกับหลวงพ่อชา ทำให้ได้มีโอกาสเรียนรู้หลักธรรมและการปฏิบัติ กัมมัฏฐานที่ถูกต้องโดยตรง กระทั่งหลวงพ่อชามอบหมายให้ไปดูแลวัดสาขาของวัดหนองป่าพง ซึ่งก็คือวัดป่าศรีมงคล โดยก่อนที่จะเข้ามาขอฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อชา หลวงปู่สีเคยร่ำเรียนวิชาการต่างๆ หลายสายหลายด้าน ศึกษาวิทยาคมหลายแขนง แม้แต่การใช้พระคาถาปัดเป่ารักษาคนป่วยไข้ให้หายจากอาการป่วย
ส่วนลำดับสมณศักดิ์ เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2565 หลวงปู่สี ได้รับพระบรมราชโองการ ประกาศพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นราชฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่ พระราชวัชรสิริมงคล



