EXIM BANK เปิดตัว “มาตรการของขวัญปีใหม่ 2569” ในรูปแบบแพ็กเกจพร้อมสิทธิประโยชน์ทางการเงินตอบโจทย์ความต้องการ SMEs ไทย เพื่อสร้างผู้ส่งออก SMEs หน้าใหม่สู่ตลาดต่างประเทศ โดยมี EXIM BANK ทำหน้าที่เป็น “Export Co-pilot” เคียงข้างผู้ประกอบการไทย ช่วยลดต้นทุน เสริมสภาพคล่อง สนับสนุนการลงทุนเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและธุรกิจสู่อนาคต ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก
นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยว่า EXIM BANK เสนอมาตรการของขวัญปีใหม่ให้แก่ทั้งลูกค้าปัจจุบันและลูกค้ารายใหม่ที่สนใจขอสินเชื่อหมุนเวียนเพื่อการส่งออก EXIM Expand Shield รับฟรี! ค่าธรรมเนียมแรกเข้ามูลค่าสูงสุด 250,000 บาท
พร้อมกรมธรรม์ประกันการส่งออก EXIM for Small Biz วงเงินคุ้มครอง 300,000 บาท ชดเชยความเสียหายกรณีไม่ได้รับชำระเงินค่าสินค้าของผู้ซื้อในต่างประเทศ ช่วยให้ผู้ส่งออก โดยเฉพาะ SMEs ไทยมีความมั่นใจในการค้าขายระหว่างประเทศ รวมถึงการขยายธุรกิจส่งออกกับคู่ค้ารายใหม่หรือรุกตลาดใหม่ที่ยังไม่คุ้นเคย
สำหรับลูกค้าปัจจุบันที่ยื่นขอสินเชื่อหมุนเวียน สามารถเลือกใช้สิทธิประโยชน์ได้ 2 ทางเลือก ได้แก่
1. ลดอัตราดอกเบี้ยสูงสุด 0.25% ต่อปีใน 6 เดือนแรก หรือ
2. ลดค่าธรรมเนียมแรกเข้าสูงสุด 0.25% ของวงเงินกู้ วงเงินไม่เกิน 2 ล้านบาท ทั้งนี้ ยื่นขอรับบริการภายใน 31 มกราคม 2569
นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK เปิดเผยว่า มาตรการของขวัญปีใหม่ของ EXIM BANK จะช่วยบรรเทาภาระต้นทุนทางการเงินของผู้ประกอบการไทย พร้อมเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารความเสี่ยง และเสริมความพร้อม ตลอดจนยกระดับประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจให้กับผู้ประกอบการไทย
โดยเฉพาะ SMEs ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญของระบบเศรษฐกิจ โดยในปี 2569 ธนาคารตั้งเป้าหมายจะเพิ่มจำนวนลูกค้าผู้ส่งออก SMEs โดยให้บริการและเครื่องมือทางการเงินแบบครบวงจร เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างการส่งออกไทยให้สมดุล แข็งแรง และแข่งขันได้มากขึ้นในระยะยาว
การออกแบบมาตรการของขวัญปีใหม่ดังกล่าวมุ่งตอบโจทย์ความท้าทายเชิงโครงสร้างของภาคส่งออกไทย จากความไม่สมดุลของภาคส่งออกระหว่างจำนวนผู้ส่งออกกับมูลค่าการส่งออก ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ประกอบการประมาณ 3 ล้านราย แต่เป็นผู้ส่งออกไม่ถึง 1% หรือประมาณ 27,000 ราย ในจำนวนนี้เป็นส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งสร้างมูลค่าส่งออกได้เพียง 10% ของมูลค่าส่งออกรวม ขณะที่ผู้ส่งออกรายใหญ่ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 20% ของผู้ส่งออกทั้งระบบสามารถครองมูลค่าการส่งออกมากกว่า 90%

นอกจากนี้ โครงสร้างสินเชื่อธุรกิจในระบบยังพบว่า ผู้ประกอบการรายใหญ่ครองสัดส่วนสินเชื่อเกือบ 70% ของสินเชื่อธุรกิจรวม ขณะที่สินเชื่อธุรกิจ SMEs ในระบบมีสัดส่วน 30% และมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากความกังวลต่อความเสี่ยงของธุรกิจ SMEs ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ถือเป็นสัญญาณว่าผู้ประกอบการรายย่อยยังต้องการการสนับสนุนด้านเครื่องมือทางการเงินที่เข้าถึงได้ง่ายและตรงจุดมากขึ้น
กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK กล่าวต่อไปว่า จากแนวโน้มการส่งออกไทยในปี 2569 ซึ่งคาดว่าจะขยายตัวที่ราว 0-2% ท่ามกลางปัจจัยท้าทายทั้งภายในและภายนอกประเทศ อาทิ สงครามการค้า ข้อพิพาทชายแดน ความผันผวนของค่าเงิน และฐานที่สูงจากการเร่งส่งออกในปี 2568 EXIM BANK ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลังจะเดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้ปรับตัวและแข่งขันได้มากขึ้นในเวทีการค้าโลก ผ่าน 4 แนวทางหลัก ได้แก่ การกระตุ้นการส่งออก การแก้ไขหนี้ การเพิ่มสภาพคล่อง และการลงทุนเพื่ออนาคต
ด้านการกระตุ้นการส่งออก โดยเฉพาะ SMEs ให้ขยายธุรกิจสู่ตลาดใหม่ ผ่านการจับคู่ธุรกิจ ขยายฐานลูกค้าในต่างประเทศโดยใช้เครือข่ายพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน EXIM BANK มีสินเชื่อ “EXIM Export Booster” สนับสนุนเงินทุนแก่ผู้ประกอบการไทยที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า มาตรการภาษีแบบตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ของสหรัฐฯ และปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์
นอกจากนี้ยังมีสินเชื่อพร้อมประกันการส่งออก “EXIM Safe Trade Credit” ช่วยบริหารความเสี่ยงจากการไม่ได้รับชำระเงินค่าสินค้าจากผู้ซื้อในต่างประเทศ สร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการไทยขยายธุรกิจได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยเฉพาะในตลาดใหม่ที่ยังไม่คุ้นเคย
ด้านการแก้ไขหนี้ EXIM BANK มีมาตรการแก้หนี้ ดูแลหนี้ที่มีปัญหาแต่มีศักยภาพในการฟื้นฟูกิจการ และการปรับโครงสร้างหนี้ที่เหมาะสมเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ให้สามารถฟื้นตัวและเดินหน้าต่อได้เร็ว
ด้านการเพิ่มสภาพคล่อง EXIM BANK มีสินเชื่อเอ็กซิมเพื่อการส่งเสริมการจ้างงาน ระยะที่ 3 โดยความร่วมมือกับสำนักงานประกันสังคม เพื่อเสริมสภาพคล่องให้สถานประกอบการรักษาการจ้างงาน รวมถึงมาตรการเยียวยาและฟื้นฟูผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น อุทกภัยภาคใต้และข้อพิพาทชายแดน
ด้านการลงทุนเพื่ออนาคต EXIM BANK สนับสนุนสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับผลลัพธ์ด้านความยั่งยืน อาทิ Sustainability-Linked Loan และสินเชื่อ Green X Transformation เพื่อเสริมศักยภาพธุรกิจให้เติบโตบนเส้นทางเศรษฐกิจสีเขียว รวมถึงยกระดับการผลิตสู่เทคโนโลยีขั้นสูง
EXIM BANK ทำงานร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรภาครัฐและผู้ประกอบการทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ภายใต้บทบาท “Export Co-pilot” เคียงข้างผู้ประกอบการไทย ยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมไทยตลอดห่วงโซ่อุปทานให้เติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างรอบด้าน โดยมุ่งช่วยลดต้นทุนธุรกิจ ขยายตลาดสู่อนาคต และวางรากฐานเศรษฐกิจไทยสู่อนาคตที่มั่นคงและยั่งยืน
สนใจขอรับสิทธิประโยชน์จากมาตรการของขวัญปีใหม่ EXIM BANK สามารถแจ้งความประสงค์ผ่าน www.exim.go.th หรือติดต่อ EXIM Contact Center โทร. 0 2169 9999



