สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.ว่าประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวถึงผลการหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ระหว่างพบกันที่คฤหาสน์มาร์-อา-ลาโก ในรัฐฟลอริดา เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ว่าในช่วงหนึ่งของการหารือ สหรัฐเสนอการรับประกันความมั่นคงที่ “แข็งแกร่ง” ให้แก่ยูเครนเป็นระยะเวลา 15 ปี และสามารถขยายเวลาต่อได้


อย่างไรก็ตาม เซเลนสกีกล่าวว่า บอกกับอีกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมา ว่ารัฐบาลเคียฟ “ต้องการให้การคุ้มครองครอบคลุมระยะเวลาที่ยาวนานกว่านั้น” โดยเสนอว่า “30 40 หรือ 50 ปี” ซึ่งทรัมป์ตอบว่า “จะเก็บไปคิดดู”


ขณะเดียวกัน เซเลนสกีกล่าวว่า ยูเครนจะยกเลิกการใช้กฎอัยการศึกต่อเมื่อสงครามกับรัสเซียสิ้นสุดลง และหลังจากที่ประเทศได้รับหลักประกันด้านความมั่นคงจากชาติตะวันตกแล้วเท่านั้น พร้อมทั้งย้ำว่า หากปราศจากหลักประกันความมั่นคง ยูเครนไม่อาจถือได้ว่า สงครามครั้งนี้สิ้นสุดแล้วอย่างแท้จริง และความเสี่ยงที่จะเกิดการรุกรานระลอกใหม่ย่อมยังคงอยู่


นอกจากนี้ เซเลนสกีกล่าวถึงข้อตกลงสันติภาพ ว่าต้องได้รับการลงนามรับรองร่วมกันระหว่างยูเครน กับรัสเซีย ยุโรป และสหรัฐ.

เครดิตภาพ : AFP